SC:บทที่490 ขุมนรก!
  หลังจากที่เถียนเฟยหายไปในช่องเล็กๆนั้นหลินเฉิงก็รีบวิ่งเข้าไปดูด้านใน แต่ก็เช่นเดิม มันถูกบังด้วยฉากสีเทาๆภายในนั้น
  เมื่อไม่เห็นอะไรทั้งสิ้นหลินเฉิงก็ถอดใจที่จะสังเกตการณ์และยึดติดกระประตูหินนั้นจากนั้นก็แนบหูเพื่อฟังแทนเผื่อจะได้รับรู้การเคลื่อนไหวใดๆภายใน
  ขณะที่ฟังอย่างตั้งใจหลินเฉิงก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหว
  ภายใต้การได้ยินระดับซูเปอร์แมนของหลินเฉิงเขาได้ยินเสียงเถียนเฟยกระโจนไปมาอยู่หลังประตูหินนั้น ยิ่งไปกว่านั้น เพราะประตูที่เปิดกว้างพอที่จะทำให้เขาได้ยินชัดขึ้น แม้แต่เสียงกระโดดไปซ้ายทีขวาทีของเถียนเฟยหรือเสียงสะท้อนมันก็ทำให้หลินเฉิงรู้สึกลุ้นไปทั้วตัว  อย่างไรก็ตามมันยังไม่แน่นอนว่าเบื้องหลังประตูหินนั้นจะกว้างใหญ่ขนาดไหน หลังจากที่ได้ฟังอย่างตั้งใจอยู่ประมาณ 10 นที หลินเฉิงก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร สันนิษฐานว่าเถียนเฟยคงจะไปไกลมากแล้ว
  “ว่าไงยังได้ยินเสียงอะไรอยู่มั้ย?”
  หลิงเชิงและหลิงเหมิงที่ไม่ได้มีความสามารถในการฟังเทียบเท่าหลินเฉิงเอ่ยปากถามสถานการณ์ภายในจากเขามันทำให้เขาออกมาจากการแนบหูไปกับประตูหินนั้นเลย
  เขาส่ายหน้าจากนั้นก็หยิบเอาบุหรี่มาสูบพร้อมทั้งหายใจเข้าลึกๆหลังจากที่หัวใจจมดิ่งอยู่กับความตึงเครียดกว่า 10 นาที เขาก็พูดขึ้นมา “ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เถียนเฟยน่าจะเข้าไปไกลแล้ว ไกลขนาดที่ฉันก็ยังไม่ได้ยิน…”
  “นี่…”
  ความรู้สึกของหลิงเชิงในตอนนี้มีแต่ความกังวลเต็มไปหมดใจนึงก็ห่วงว่าเถียนเฟยจะประสบอุบัติเหตุอะไรมั้ย ส่วนอีกใจก็ห่วงว่าอีกฝ่ายจะกลับมาพร้อมข้อมูลที่เป็นประโยชน์หรือเปล่า
  เมื่อรับรู้ถึงใบหน้าที่กังวลของผู้เป็นพ่อหลิงเหมิงก็ทำได้แค่ปลอบใจ “ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะคะ ถึงแม้ว่าทักษะการต่อสู้ของเถียนเฟยจะอยู่ในระดับทั่วๆไป แต่เขาก็นับเป็นทหารชำนาญศึกคนหนึ่งเลย ในตอนนี้เขาแปลงร่างเป็นหนู พวกสัตว์ประหลาดในนั้นไม่รู้หรอกว่าจริงๆแล้วเขาเป็นใคร เพราะงั้นอย่าคิดมากนะคะ”
  “หนู?”
  ได้ยินคำปลอบใจของหลิงเหมิงที่พยายามปลอบพ่อเธอแล้วหลินเฉิงก็ปฏิเสธที่จะพูดอะไรออกมาทันที เขาไม่รู้ว่าสัตว์ประหลาดภายในนั้นหน้าตาเป็นยังไง แต่ในเมื่อมีสิ่งแปลกๆมากมายอยู่ในประตูหินนั้น คนหรือสิ่งเหล่านั้นต้องไม่ปกติอย่างที่พวกเขาคิดแน่ๆ!
  *ตู้ม!*
  ขณะที่กำลังคิดเรื่องของตัวเองอยู่หลินเฉิงก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนบนพื้นดินจากนั้นก็ตามด้วยเสียงของแผนดินกำลังแยกอยู่ด้านหลังประตูหินนั้น!
  “เกิดอะไรขึ้นน่ะ!?”
  ไม่เพียงแต่หลินเฉิงเท่านั้นหลิงเชิงและหลิงเหมิงต่างก็ตกใจกับแรงสั่นสะเทือนลึกลับนี่ด้วย พวกเขารีบเกาะผนังถ้ำไว้เพื่อให้ยืนได้ จากนั้นพวกเขาก็เห็นหลินเฉิงขยิบตามันทำให้ทั้ง 2 รีบพุ่งเข้าไปยังประตูแห่งรูนนั่นทันที!
  “โฮกกกกกก!!!”
  ขณะที่กำลังเข้าไปใกล้ประตูหินก่อนที่เขาจะสามารถมองเข้าไปยังด้านในได้ เขาก็ได้ยินเสียงคำรามที่คุ้นเคยแต่ดังกว่าเดิมออกมาจากประตูหินอีกครั้ง!
  “มันอยู่ตรงนั้น!”
  ยามที่ได้ยินเสียงคำรามนั้นหลินเฉิงก็หัวใจจมดิ่งลงไป ผสมผสานกับแผนดินที่ไหว ณ ตอนนี้ เขาคิดไว้เลยว่า เถียนเฟยต้องโดยเจอตัวแล้วแน่ๆ!   “เขา…เกิดอะไรขึ้นน่ะ!?นั่นใช่เถียนเฟยหรือเปล่า?”
  หลังจากที่มองหลินเฉิงเข้าไปยังประตูแห่งรูนนั้นหลิงเหมิงและหลิงเชิงก็ตามเข้าไปติดๆ ในตอนนั้นสีหน้าของหลิงเหมิงดูน่าเกลียดมากๆในขณะที่หัวใจของเธอนั้นก็หล่นวูบไปแล้ว แม้แต่เธอ ก็เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
  “พวกนายทั้งสองคนอย่าเพิ่งพูด!”
  เขายกมือห้ามหลิงเชิงที่กำลังจะเปิดปากและมองไปยังภายในช่องว่างนั้นด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง มันทำให้เขาพบว่า ภายในประตูหินตอนนี้นั้นมันไม่มีฉากสีเทากันอยู่แล้ว หมอกที่คอยบังทางมันหายไปพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนก่อนหน้า สิ่งที่สายตาเขามองเห็นนั้น ไม่ใช่พื้นดินที่ทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตา แต่เป็นนรกหินไร้ก้นที่ลึกแบบไม่มีที่สิ้นสุดต่างหาก!!
  ในตอนนั้นหลิงเชิงก็เห็นภาพตรงหน้าชัดเจนเหมือนกัน ความรู้สึกของเขาในตอนนี้มันแย่กว่าหลินเฉิงเสียอีก เหนือสิ่งอื่นใดความเป็นจริงกับจินตนาการนั้นช่างห่างกันยิ่งนัก ซึ่งนี่มันทำให้เขาประหลาดใจมากๆจนเหมือนสมองมีปัญหาเลย
  เขาขมวดคิ้วแน่นหลินเฉิงผู้ที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างด้านในทำได้แต่จ้องมองยังหุบเหวนั้นและพยายามหาเงื่อนงำหลายๆอย่างภายใต้ความมืดมิดที่ไร้ที่สิ้นสุด
  “นาย…นายคิดว่าไอ้การสั่นสะเทือนเมื่อกี้นี้มันเกี่ยวข้องกับเหวไร้ก้นนี่หรือเปล่า?”
  หลินเฉิงและหลิงเชิงพากันขมวดคิ้วเมื่อหลิงเหมิงพูดขึ้นมา
  หลินเฉิงขมวดคิ้วมองก่อนจะนึกย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ประมาณไม่กี่วินาทีแล้วตบเข้าที่ต้นขาตัวเอง“ใช่แล้ว! บางทีการคาดเดาของพวกเราอาจจะไม่ได้ผิดพลาด เหวนี่ก็เหมือนกับร่างที่แท้จริงของมัน! ก่อนหน้านั้นน่ะพื้นดินตรงหน้าต้องเป็นเหมือนกับที่เราคิดกันแน่ๆ! บางทีนะ…”
  “เอ๋?”   คำพูดของหลินเฉิงทำให้หลิงเชิงปรบมือ“เป็นไปได้ แต่…ทำไมพื้นนี่ถึงไม่แยกตั้งแต่ตอนที่หลิงเหมิงเปิดช่องว่างล่ะ? มันรอจนกระทั่งเถียนเฟยเข้าไปแล้วก็แยกเลยแบบนี้น่ะเหรอ?”
  “เรื่องนี้น่ะจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อเถียนเฟยออกมานั่นแหละ!”
  หลังจากที่เขาโบกมือหลินเฉิงก็คลายกังวลเกี่ยวกับประเด็นสำคัญไปหนึ่งอย่างที่หลิงเหมิงเตือน หลังจากนั้น เขาก็ยังสงสัยถึงอารมณ์ของสิ่งมีชีวิตในนั้นจะมีผลต่อการทำงานของเขาด้วย หลังจากที่แก้ปัญหานี้ได้ หลินเฉิงก็จะเอาเรื่องพวกนี้ไปคัดออกกับข้อมูลที่เถียนเฟยได้มาอีกที
  “แต่พื้นมันแยกออกแบบนี้เถียนเฟยจะยังไม่เป็นไรใช่มั้ย?”
  เมื่อได้ยินหลินเฉิงที่พูดถึงเถียนเฟยหลิงเชิงที่เพิ่งจะได้ผ่อนคลายก็กลับมาครุ่นคิดอีกรั้ง “เหวนี่น่ะ ฉันยังไม่เห็นแม้แต่ก้นมันด้วยซ้ำ แล้วด้วยความแข็งแกร่งระดับเถียนเฟย เขาจะ…”
  “ฉันเพิ่งบอกไปว่าอย่าลืมว่าความสามารถพิเศษของเถียนเฟยคืออะไร!”
  ก่อนที่หลิงเชิงจะพูดจบหลินเฉิงก็ห้ามเขาไว้ก่อน “คนๆนั้นคือคนที่แปลงร่างได้นะ! เขาสามารถแปลงเป็นหนูและวิ่งเข้าไปในนั้นได้ และตามธรรมชาติเขาก็น่าจะเป็นนกแล้วบินออกมาจากเหวนั่นได้!”
  “โอ้ใช่ ใช่เลย!”
  ได้ยินหลินเฉิงเตือนหลิงเชิงก็เหมือนจะตื่นจากความฝัน หลังจากที่เขาช็อคไปก่อนหน้านี้มันทำให้เขาสับสนไปหมด เขาลืมไปแล้วด้วยว่าเถียนเฟยนั้นเป็นคนที่สามารถแปลงร่างได้ ผู้ที่สามารถบินจากสรวงสวรรค์ลงมายังโลกได้…
  “พ่อของเธอคงจะเหนื่อยมากพาเขาไปพักก่อนเถอะ ฉันจะดูที่นี่เอง”
  รู้สึกได้ถึงความไม่ปกติของหลิงเชิงหลินเฉิงก็ขมวดคิ้วช้าๆแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่โบกมือให้หลิงเหมิงมารับหลิงเชิงไปพักที่อีกฟากของถ้ำแทน
  หลังจากที่2 พ่อลูกไปไกลแล้ว หลินเฉิงก็หันหน้ากลับมาและมองลอดไปยังช่องว่างนั้นต่อ อย่างไรก็ตาม บางทีตามช่องว่างที่ยุบลงไปนั้นอาจจะมีร่างที่แท้จริงของเหวนั่นรวมไปถึงร่างจริงของเจ้าของเสียงคำรามนั่นด้วย
  ภายในช่องว่างนั้นเงียบลงไปอีกครั้งดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้อาจจะเป็นการประสาทหลอนหมู่ก็ได้…
  “แปลก…”
  มองไปยังเหวไร้ก้นผ่านช่องว่างหลินเฉิงผู้ที่ไม่เห็นอะไรเลยท้ายสุดก็ยอมแพ้จากการสังเกตมากว่านาที เขาบ่นมุบมิบแบบช่วยไม่ได้
  ในขณะที่เขากำลังจะหันไปหาหลิงเชิงเพื่อพูดคุยในตอนนั้นลมมหาศาลก็ปะทะเข้ามาจากระยะไกลและใกล้มันทำให้พื้นสั่นสะเทือนขั้้นมาอีกครั้ง หลินเฉิงนั้นพร้อมที่จะออกมาแล้ว แต่มันทำให้เขาต้องหยุดอยู่ตรงนั้นก่อน
  “หรือว่าจะเป็นเถียนเฟย?”
  เสียงรบกวนพวกนั้นทำให้หลินเฉิงรีบหันกลับไปมองลอดช่องแคบนั้นใหม่และคราวนี้เขาพบนกสีเทาที่ดูแปลก ด้านหลังนั้นมีสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ที่มองเห็นรูปร่างไม่ชัดกำลังปีนขึ้นมาจากเหวฝั่งตรงข้ามอย่างบ้าคลั่ง ชัดเจนเลยว่ามันกำลังไล่ล่าเจ้านกแปลกๆนี่อยู่!
  ถึงแม้จะเห็นรูปร่างของสัตว์ประหลาดนั่นไม่ชัดแต่ก็พอที่จะมองเห็นว่าหนึ่งในกรงเล็บของมันนั้นกำลังเจาะลึกลงไปในร่องเพื่อช่วยให้ตัวเองไต่ขึ้นมาได้ ชัดเจนแล้วว่านี่ไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ!
  เมื่อเห็นสัตว์ประหลาดยักษ์นั้นพยายามไล่ล่านกหน้าตาแปลกๆหลินเฉิงก็ไม่สามารถคิดอะไรต่อได้ เขาประกบมือลงไปบนดินจากนั้นกำแพงน้ำแข็งที่หนาและกว้างก็ยื่นขึ้นมาจากหน้าผาและหยุดความพยายามในการไล่ล่าของสัตว์ประหลาดนั้นไว้!   หลังจากที่ขัดขวางเจ้าสัตว์ประหลาดนั้นได้แล้วหลินเฉิงก็รีบตะโกนเรียกเจ้านกแปลกตัวนั้น “มาทางนี้เร็วเถียนเฟย! ฉันจะต้านเจ้านั่นไว้ให้!!”
  ได้ยินเสียงเรียกของหลินเฉิงเถียนเฟยที่ตอนนี้เป็นนกแปลกอยู่ก็ร้องเสียงหลง จากนั้นเขาก็เห็นเจ้านกนั่นกระพรือปีกอย่างรวดเร็วมายังช่องว่างนี้
  “โฮกก!!!”
  ในตอนนั้นที่เถียนเฟยกำลังเร่งเข้ามาเจ้าสัตว์ประหลาดที่ถูกกำแพงน้ำแข็งของหลินเฉิงขัดขวางไว้ก็โกรธมากๆ หลังจากที่มันคำรามออกมา เขาก็ได้ยินเสียง “ตู้ม” ทันใดนั้น ก้อนหินจำนวนมากมายก็ตกลงมาจากในนั้นและขวางหน้าเถียนเฟยไว้ ปิดกั้นทางออกทางเดียวของเขา!
  “บ้าเอ้ย!”
  เมื่อเห็นว่าเถียนเฟยอยู่ห่างไปไม่กี่เมตรจากด้านในเขาถูกหินก้อนใหญ่ขวางทางไว้ หลินเฉิงก็ทำได้แค่กร่นด่า เขาไม่สนใจอะไรแล้วทั้งนั้น
  ในทันทีที่เขาเก็บมือเขาก็ได้ยินเสียง “ตู้ม” ดังขึ้นมาอีก และทันใดนั้นเจ้าหินยักษ์นั้นก็แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย!
  หลังจากที่ฝุ่นและควันค่อยๆจางหายเสาน้ำแข็งยักษ์นั้นที่เรียกออกมาช่วงที่กำลังวุ่นวายยังคงอยู่ที่เดิม แต่ในขณะที่เถียนเฟยที่เป็นนกแปลกนั้นกลับหายไป!
  “แย่ล่ะสิเจ้าหนุ่มนั่นคงยังไม่ถูกฆ่าตายจากพวกหินพวกนั้นใช่มั้ย!?”
  หลังจากที่เขาร้องเรียกชื่อของเถียนเฟยอยู่เป็นเวลานั้นเขาก็ไม่ได้รับการตอบรับใดๆ ความกังวลของหลินเฉิงนั้นเริ่มมีมากขึ้นๆเรื่อยๆ จากเสียงรบกวนที่มาจากเจ้าสัตว์ยักษ์นั้น พวกเราสามารถเห็นได้ชัดเจนเลยว่า คนๆนั้นต้องได้ข้อมูลมากมายมาจากเหวนั่นแน่ๆ แต่ตอนนี้ปัญหาคือ คนๆนั้นที่ซึ่งมีข้อมูลมากมาย เป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่รู้
  ทำลายเสาน้ำแข็งพวกนั้นทิ้งหลินเฉิงก็หรี่ตามองพวกหินบนพื้นด้วยความระมัดระวังเมื่อสัตว์ร้ายตัวใหญ่นั้นถูกหยุดไว้โดยกำแพงน้ำแข็งที่เขาอัญเชิญขึ้นมา ตอนนี้มันยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นซึ่งนี่เป็นสิง่ที่ทำเขายังไม่กล้าวางใจได้
  “คา…คา…”
  ในขณะที่หลินเฉิงกำลังป้องกันสัตว์ร้ายนั้นเอาไว้ซึ่งไม่รู้ว่าจะเข้ามาเมื่อไหร่เขาก็พยายามกลับหินต่างๆด้วยน้ำแข็งด้วย และทันใดนั้น เสียงบางอย่างก็ดังมาจากกองหินที่อยู่ไกลออกไป!
  “แค่ก!!”
  เมื่อหลินเฉิงรีบรู้ได้ถึงเสียงนั้นและเขากำลังตั้งการ์ดป้องกันไว้อย่างเต็มที่เสียงไอที่อ่อนแรงก็ดังขึ้น มันมาจากกองดินนั้น จกานั้นเถียนเฟยที่กลับมายังร่างมนุษย์แล้วก็ค่อยๆนั่งลงช้าๆจากกองดินนั้นอีกที!
  “เถียนเฟย!เจ๋งมากไอ้หนู! นายมีเก้าชีวิตหรือไงน่ะ!”
  เมื่อเห็นว่าเถียนเฟยยังมีชีวิตอยู่อารมณ์ของหลินเฉิงก็กลับมาโล่งอกทันทีหลังจากดิ่งมานาน เขาไม่กล้าพูดอะไรมากตอนนี้นอกจากตะโกนเรียกอีกฝ่าย “ขยับไหวมั้ย? ออกมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ซะ!”
  “หลิน…แค่ก!!คุณหลิน…”
  ทั่วทั้งร่างของเถียนเฟยนั้นสับสนไปหมดตั้งแต่ที่เขามานั่งอยู่บนกองดินนั้นเนื้อตัวของเขามันยิ่งกว่ามอมแมมเสียอีก ดูน่าอนาถสุดๆ เขาส่ายหน้าอยู่หลายครั้งก่อนจะใจเย็นลง ในตอนนั้นเขาได้ยินเสียงเรียกของหลินเฉิงก่อนจะรีบหันไปมองทางช่องแคบที่ประตู จากนั้นก็เห็นหลินเฉิงกำลังมองเขาอยู่อย่างใจจดใจจ่อ
  เมื่อมองหน้าของชายหนุ่มหลินเฉิงก็พยายามที่จะเข้าไปและพาเขาออกมา เขาพยายามพูด “ไม่ต้องสุภาพตอนนี้ก็ได้ นายอยากจะบอกอะไร!?”
  เขาร่ายเวทย์เรียกกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาด้านหลังเถียนเฟยอีกครั้งเพราะสัตว์ประหลาดยักษ์นั่นจะปรากฏออกมาอีกเมื่อไร่ก็ไม่รู้!   “ผมขอโทษ…คุณหลิน…ผมไม่เหลือพลังแล้ว..”
  เถียนเฟยเห็นหลินเฉิงเรียกกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาป้องกันเขาเพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ประหลาดยักษ์นั่นมาไล่ล่าเขาอีกครั้งแต่ร่างกายที่อ่อนแอมากๆของเขาบอกเขาว่า ความเจ็บปวดมันทำให้เขาไม่มีแรงที่จะขยับไปไหนเลย
  “ชิท!ไม่ใช่ว่าฉันให้ยาเพิ่มสมรรถนะไปแล้วเหรอ! กินมันเข้าไปแล้วแปลงเป็นหนูออกมาซะ!”
  เมื่อเห็นเถียนเฟยมีเลือดไหลออกมาจากปากหลินเฉิงก็รีบพูดออกไป
  แต่เถียนเฟยก็ส่ายหน้าหลังจากได้ยินหลิงเชิงพูดเขาหยิบเอาโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าด้วยมือขวา และพูดขึ้น “ให้ครับ..แต่ผมขอโทษ คุณหลิน แค่ก… ผมใช้มันหมดไปตั้งแต่ผมหนีเพื่อเอาชีวิตรอดแล้ว…มันจบแล้ว แต่งานที่คุณมอบหมายมาก่อนหน้านี้ก็สำเร็จแล้วเช่นกัน ภาพทั้งหมดที่ผมเห็น อยู่ในโทรศัพท์เครื่องนี้แล้ว ช่วยทำให้มั่นใจทีว่าผมบันทึกมันหมดแล้ว มันจะต้องช่วยเปิดเผยความเป็นไปได้ใหม่ๆให้คุณและพวกเราเผ่ารัตติกาลได้แน่ๆเลยครับ!”
  หลังจากนั้นเขาก็ใช้พลังกายที่เหลือทั้งหมดโยนโทรศัพท์เครื่องนั้นออกมาอย่างยากลำบาก โทรศัพท์เครื่องเล็กนั้นลอยเป็นวิถีโปรเจคไทล์มากลางอากาศและตรงเข้าหาหลินเฉิง!
  “ไอ้บ้าเอ้ย!!”
  เมื่อเห็นการกระทำนั้นของเถียนเฟยหลินเฉิงก็ใจตกไปอยู่ในตาตุ่ม คนๆนี้รู้ดีแล้วว่าชีวิตของตัวเองช่างบอบบางนัก เพราะงั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะส่งต่อโทรศัพท์ที่เก็บความลับของเหวนี้ไว้ให้หลินเฉิงก่อน!
  “โฮกก!!!”
  “โฮก!!!”
  ทันทีที่หลินเฉิงยื่นมือไปรับโทรศัพท์นั้นไว้สัตว์ยักษ์ที่หายไปเป็นเวลานานก็ได้ส่งเสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์ออกมาอีกครั้ง ต่อหน้าเสียงคำรามอย่างมั่นคงของมัน แม้แต่หลินเฉิงผู้ที่ได้รับยาเพิ่มสมรรถนะประเภท C ก็ยังไม่สามารถที่จะรับมือกับคลื่นเสียงนี้ได้โดยที่ไม่ป้องกันอะไรเลย เขารีบยกมือขึ้นและปิดหูแน่นทันที!
  ———————————-