ตอนที่ 619 สตรีวิปลาส

พลิกชะตาชายาสยบแค้น

ตอนที่ 619 สตรีวิปลาส

“คนมิรู้จักที่ต่ำที่สูงอย่างพวกเจ้า ข้าจักบอกท่านอ๋องให้จัดการทั้งหมด ! ” ทัวป๋าถิงฟางลุกขึ้นยืนพร้อมตะโกนออกมาอย่างมิอาย

ตั้งแต่ที่นางรู้ว่าตนมิได้ตั้งครรภ์ นางก็มีอารมณ์แปรปรวนและทำตัวผิดปกติขึ้นทุกวัน

อันหลิงเกอได้ยินคำพูดของนางก็อยากออกไปดู ปี้จูคิดห้ามเอาไว้แต่ตอนนี้อันหลิงเกอออกไปใกล้ประตูห้องเสียแล้ว แค่มิได้ออกไปด้านนอกก็เท่านั้น

“อันหลิงเกอ เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้ พอตั้งครรภ์แล้วก็มิกล้าเจอหน้าข้าหรือ ? ” ทัวป๋าถิงฟางยังคงปากเก่งมิเลิก ไม่นานทั่วทั้งจวนก็รู้เรื่องที่นางมาหาพระชายา

“พระชายา ทำอย่างไรดีเจ้าคะ จักปล่อยให้นางมาก่นด่าอยู่เช่นนี้ทุกวันมิได้ เพราะท่านตั้งครรภ์ก็ควรพักผ่อนให้มากเจ้าค่ะ” ปี้จูอยากให้อันหลิงเกอเข้ามาด้านในเพราะอย่างน้อยก็จะมิต้องทนฟังเรื่องกวนใจอีก

อันหลิงเกอยืนมองอยู่ไปที่ประตูห้อง “มิเป็นไร ดูสิว่านางจักก่อความวุ่นวายได้ถึงเพียงใด นางทำเช่นนี้ท่านอ๋องจะได้จัดการง่ายขึ้น และในสายตาของพวกบ่าวก็หาข้อแก้ตัวแทนนายมิได้ด้วย” ปี้จูพยักหน้าคล้ายเข้าใจที่อีกฝ่ายต้องการสื่อ

“ทว่าทัวป๋าถิงฟางจะยอมกลับไปหรือเจ้าคะ ? ดูท่าแล้วหากมิได้พบกับท่าน นางคงไม่ยอมแน่เจ้าค่ะ” ปี้จูถามต่อ

“ท่านอ๋องมิปล่อยให้นางก่อเรื่องนานหรอก อย่างไรก็ยังมีชิงเฟิงอยู่ เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก” เมื่ออันหลิงเกอเอ่ยชื่อชิงเฟิงออกมา ปี้จูก็รีบก้มหน้าลงทันที

ตอนนี้เหมือนว่าเสียงตะโกนของทัวป๋าถิงฟางที่หน้าประตูจักเงียบลงแล้ว ปี้จูที่อยู่ด้านในจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ที่แท้เป็นพ่อบ้านสั่งให้พาตัวทัวป๋าถิงฟางออกไป ตอนแรกนางก็ยังขัดขืน แต่มิอาจต้านทานแรงของเหล่าองครักษ์ได้

“ข้าจักพบท่านอ๋อง ให้ข้าพบท่านอ๋อง ! ” ทัวป๋าถิงฟางโดนลากตัวออกไป ปากก็พร่ำพูดมิหยุด

เมื่อได้ยินเสียงไกลออกไปเรื่อย ๆ อันหลิงเกอจึงก้าวเท้าไปนอกประตูห้องอีกครั้ง “พระชายา นางไปแล้วเจ้าค่ะ ช่างเป็นคนที่น่าโมโหจริง ๆ ” ปี้จูที่ยืนอยู่ด้านหลังอันหลิงเกอบ่นออกมา

ในที่สุดทัวป๋าถิงฟางก็โดนลากกลับไปที่เรือน ใบหน้าเกรี้ยวกราดและแววตาที่มองพ่อบ้านเต็มไปด้วยความโกรธแค้น “เหตุใดต้องลากข้ากลับมาด้วย สุนัขรับใช้เยี่ยงพวกเจ้ามีสิทธิ์อันใด ข้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่ออกไปข้างนอกแล้วหรือ ? ”

พ่อบ้านเห็นทัวป๋าถิงฟางวางอำนาจเช่นนี้ก็มิได้โต้ตอบ ทำเพียงอ้างคำสั่งของมู่จวินฮาน “เช่อเฟยได้โปรดใจเย็นก่อน ท่านก่อเรื่องและทั่วทั้งจวนก็รับรู้ถึงความร้ายกาจของท่าน ยิ่งมิต้องกล่าวถึงท่านอ๋องที่บอกว่าท่านเป็นคนโทสะรุนแรง เกรงว่าอาจทำร้ายพระชายาได้ จึงลำบากท่านว่าช่วงนี้ขออย่าได้ออกไปข้างนอกเลยขอรับ”

ทัวป๋าถิงฟางได้ยินดังนั้นก็โมโหมากขึ้นหลายเท่า มู่จวินฮานถึงขั้นไม่มาพูดด้วยตนเองแต่ให้คนรับใช้มาสั่งสอนนางแทน “หึ ให้ข้าทนดูนางนั่นได้ใจเช่นนี้หรือ ? ”

พ่อบ้านแสยะยิ้มออกมา “ข้าน้อยมิได้ถามเรื่องนี้มาจากท่านอ๋อง แต่หวังว่าเช่อเฟยจักอยู่ที่นี่อย่างสงบ มิออกไปสร้างปัญหาด้านนอกอีกขอรับ”

เมื่อกล่าวจบ พ่อบ้านก็เดินออกไปทันที ทิ้งให้ทัวป๋าถิงฟางยืนหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่เพียงลำพัง ตอนนี้ด้านนอกเรือนก็เต็มไปด้วยองครักษ์มากมายที่คอยเฝ้าอยู่ สุดท้ายทัวป๋าถิงฟางจึงเชื่อคำของพ่อบ้านและมิได้ตามออกไปอีก

เดิมทีนางคิดว่าอย่างน้อยมู่จวินฮานจักมาปลอบกันบ้าง แต่ที่ไหนได้ตอนนี้นางกลายเป็นที่หัวเราะเยาะของคนทั้งจวนราวกับเป็นไปตามแผนของอันหลิงเกอพอดี สาวใช้ข้างกายของนางต่างก็ถูกเรียกกลับไปจนหมด

อันหลิงเกอกำลังยืนอยู่หน้าประตูพร้อมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

หลังจากรู้ว่ากำลังตั้งครรภ์ นางก็รู้สึกเหมือนร่างกายอ่อนแอลงเรื่อย ๆ มิรู้ว่าเกี่ยวกับที่โดนมู่เหล่าหวางเฟยวางยาก่อนหน้านี้หรือไม่ การตั้งครรภ์จึงลำบากเพียงนี้ มิหนำซ้ำร่างกายก็ไม่แข็งแรงเหมือนเดิม

เพียงแต่อันหลิงเกอมิเคยนึกถึงเรื่องนี้มาก่อน นางตรวจชีพจรให้ตนหลายครั้งก็มิพบความผิดปกติใด

“ช่วงนี้นางเป็นอย่างไรบ้าง ? ” ฟางจูมองมู่เหล่าหวางเฟย ก่อนตอบอย่างนอบน้อม

“ไร้ความเคลื่อนไหวเจ้าค่ะ พระชายายังดูแลครรภ์อยู่แต่ในเรือน ช่วงนี้ท่านอ๋องก็ไปหาอยู่บ่อยครั้งเจ้าค่ะ”

สีหน้าของมู่เหล่าหวางเฟยเปลี่ยนไปเล็กน้อย

ตอนนี้อันหลิงเกอสามารถตั้งครรภ์ได้อีกครั้ง ต่อไปก็คงยากที่จักบีบบังคับได้

“ท่านอ๋องเหมือนมิอยากให้ท่านทราบเรื่องที่อันหลิงเกอตั้งครรภ์ด้วยเจ้าค่ะ”

หืม ?

มู่เหล่าหวางเฟยไตร่ตรองก็พบว่าจวินฮานคงล่วงรู้ความคิดของนางแล้ว

ตอนนี้นางไม่สามารถขอรับเลี้ยงเด็กคนนั้นได้และมองแล้วนางคงทำได้เพียงพึ่งพามู่จวินฮานเท่านั้น

“เรียนมู่เหล่าหวางเฟย ท่านอ๋องมาเจ้าค่ะ”

เมื่อได้ยินว่าบุตรชายมาหา มู่เหล่าหวางเฟยจึงรีบจัดการตนเองให้เรียบร้อยก่อนมองมู่จวินฮานด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา

“จวินฮาน”

“คารวะหมู่เฟยขอรับ”

มู่เหล่าหวางเฟยรีบประคองมู่จวินฮานขึ้นมา จากนั้นก็ให้เขานั่งลงด้านข้าง

“ช่วงนี้พระชายาเป็นอย่างไรบ้าง ? ” มู่เหล่าหวางเฟยแสร้งเป็นห่วง

“เกอเอ๋อช่วงนี้ร่างกายแข็งแรงดีขอรับ”

มู่จวินฮานรู้ดีว่ามารดามิได้เป็นห่วงอันหลิงเกอจากใจจริง เพียงแต่ในเมื่อทั้งสองมิอยากกล่าวถึงเรื่องนี้ เขาก็จักมิกล่าวถึงเช่นกัน

“เช่นนั้นก็ดี แล้วถิงฟางเล่า ? ”

เมื่อได้ยินชื่อทัวป๋าถิงฟางแล้วมู่จวินฮานก็ขมวดคิ้ว มิรู้ว่าควรตอบอย่างไรดี

“ทัวป๋าถิงฟาง…อยู่ในเรือนอย่างสงบขอรับ”

ก่อนหน้านี้เรื่องระหว่างเขาและทัวป๋าถิงฟางก็เป็นมารดาจัดการ แม้รู้ว่าทำเช่นนี้แล้วมารดาจักผิดหวัง แต่มู่จวินฮานก็จำเป็นต้องเอ่ยออกมา

“หากหมู่เฟยอยากเห็นหน้าหลาน บุตรของเกอเอ๋อก็เป็นหลานของท่านมิใช่หรือขอรับ ? ”

ได้ยินมู่จวินฮานกล่าวเช่นนี้ มู่เหล่าหวางเฟยก็รู้ว่าเขายังอยากตำหนินางอยู่

“จวินฮานอย่าเพิ่งเข้าใจผิด ตอนนั้นแม่จัดการเรื่องทัวป๋าถิงฟางและผิงฟางหนิงก็เพียงแค่ต้องการให้ตระกูลมู่มีผู้สืบทอด ในเมื่อพระชายาตั้งครรภ์อีกครั้งแล้ว แม่ก็จะมิทำอันใดโดยพลการอีก”

เมื่อมู่เหล่าหวางเฟยกล่าวเช่นนี้ คนเป็นบุตรเยี่ยงมู่จวินฮานจึงมิควรกล่าวอันใดออกมาอีก

ทว่าการที่มู่เหล่าหวางเฟยรู้เรื่องเช่นนี้แล้วก็ทำให้มู่จวินฮานประหลาดใจมิน้อย ดูท่ามารดาคงมีเส้นสายอยู่มิน้อยจริง ๆ

เขาจึงได้แต่หวังว่ามารดาจักทิ้งความคิดเช่นนั้นไปและอย่าคิดทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอันหลิงเกออีก

“จริงสิ หมู่เฟยขอรับ ตอนนี้เกอเอ๋อตั้งครรภ์แล้ว นางจึงคิดถึงบุตรทั้งสองเป็นอย่างมากขอรับ”

“จวินฮานหมายความว่าอย่างไร ? ” มู่เหล่าหวางเฟยขมวดคิ้วมุ่น

“ลูกหวังว่า…” เขายังพูดมิทันจบก็โดนมู่เหล่าหวางเฟยขัดขึ้น

“เกอเอ๋อเพิ่งจะเป็นแม่คน อีกอย่างตอนนี้ก็กำลังตั้งครรภ์ แม่เกรงว่าเด็ก ๆ จักรบกวนการพักผ่อนหรือเล่นซนจนไปชนครรภ์ของนางได้ หากเป็นเช่นนี้จักทำเช่นไร ? ”

มู่จวินฮานเข้าใจความกังวลของมู่เหล่าหวางเฟยดี ความจริงแล้วเขาก็มิอยากให้อันหลิงเกอต้องเหนื่อยเช่นกัน

เพียงแต่มีมารดาคนใดบ้างไม่คิดถึงบุตร ?

“เมื่อเป็นเช่นนี้…” มู่จวินฮานขมวดคิ้วมุ่น

“แม่ชอบความครึกครื้นตอนนี้มาก ฟางจูก็มาอยู่เป็นเพื่อนแม่ หากเด็กสองคนนั้นอยู่ต่อได้ แม่จะยิ่งมีความสุขมิใช่หรือ ? ”

มู่เหล่าหวางเฟยเอ่ยถึงเพียงนี้ มู่จวินฮานจึงทำได้เพียงไหลตามน้ำเท่านั้น

“เมื่อเป็นเช่นนี้ ลูกจักลองปรึกษาเกอเอ๋ออีกทีขอรับ”