บทที่ 1325 เผ่าเหยียนหมัว

หนึ่งในใต้หล้า The Great Ruler

วาบ**!**

เมื่อเสียงโบราณดังกล่าวจบลงหลายกลุ่มก็เคลื่อนไหวกลายเป็นลำแสงพุ่งไปยังเจดีย์สี่เทวะทันที

“ไป!”

กลุ่มมู่เฉินก็เคลื่อนไหวออกไปโดยไม่ลังเลใดๆ เช่นกัน

ภายใต้ความเร็วเต็มพิกัด พวกเขาปรากฏที่เบื้องหน้าเจดีย์ในเวลาเพียงไม่กี่นาที เมื่อเข้าใกล้ทุกคนก็สัมผัสถึงกลิ่นอายยิ่งใหญ่ของเจดีย์สี่เทวะ

เมื่อยืนอยู่เบื้องหน้าเจดีย์นี้ พวกเขาช่างจ้อยร่อยราวกับมด

พวกเขาสามารถเห็นเพียงครึ่งหนึ่งของเจดีย์ โดยอีกครึ่งหนึ่งถูกห่อหุ้มไว้ด้วยความมืดไม่รู้จบที่ไม่มีใครกล้ามองไป

ในช่วงเวลานี้เผ่าปีศาจก็คงรวมตัวกันอยู่อีกด้านหนึ่งสินะ

“ครืน”

เมื่อผู้คนเข้าใกล้เจดีย์ ประตูเจดีย์ก็เปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงต่ำลึกราวกับเสียงฟ้าร้อง

รัศมีโบราณเปล่งประกายออกมา

เมื่อประตูโบราณเปิดออก ดวงตาของหลายคนก็วาววับ แต่ก็ไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามเข้าไป พวกเขาได้แต่มองหน้ากันและกัน

“อะแฮ่ม ท่านจอมยุทธ์ ข้าเชื่อว่าทุกคนมีความชัดเจนในตอนนี้ที่ท่านบรรพชนอธิบายเจตนารมณ์ให้ทราบ… เราต้องปกป้องเจดีย์สองชั้นไว้ มิเช่นนั้นเจดีย์สี่เทวะจะได้รับความเสียหายจากวิญญาณที่เหลือของจอมปีศาจ เมื่อถึงเวลานั้นจุดจบของทุกคนก็คงไม่ดีแน่” ในฐานะผู้ริเริ่มภารกิจนี้ฉิงปูป้ายพูดพลางกระแอมไอ

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเขา

“ดังนั้นข้าขอแนะนำให้เราแบ่งกลุ่มพยายามรักษาพลังการต่อสู้ในทุกชั้น เราไม่ควรรวมตัวกันเพราะไม่ฉลาดที่จะทำเช่นนั้นเลย”

ความหมายเบื้องหลังคำพูดของฉิงปูป้ายชัดเจนมาก เขาแนะนำให้ทุกคนแยกกันไม่เช่นนั้นอาจทำให้ชั้นอื่นอ่อนแอลง นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันที่รุนแรงระหว่างกันด้วย

“ข้ามาจากเผ่าฝูถู ดังนั้นขอเลือกชั้นที่บรรพบุรุษอยู่แล้วกัน” เฉวียนหลัวยิ้มบางแสดงความตั้งใจอย่างชัดเจน

“ข้าด้วย” มั่วซินกล่าวพลางเหลือบมองไปที่เฉวียนหลัวโดยไม่แสดงออกใดๆ

ฉิงปูป้ายไม่ได้ว่าอะไร แต่รู้สึกโล่งใจขึ้นหลายส่วน เฉวียนหลัวและมั่วซินเป็นคู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขาม ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้อยู่ในชั้นเดียวกันกับเขาละก็ เขาก็มีโอกาสสูงที่จะได้รับมรดก

“ข้าเลือกชั้นผู้อาวุโสฉิงเทียน” ฉิงปูป้ายยิ้ม

“ข้าเลือกชั้นผู้อาวุโสเชียง” ชายร่างกำยำที่ยืนจังก้าพร้อมกับรัศมีน่าอัศจรรย์ปกคลุมร่าง เห็นได้ชัดว่าเขามีประสบการณ์สังหารนับครั้งไม่ถ้วน

เมื่อสัมผัสรัศมีร้ายกาจของคนคนนี้ มู่เฉินก็รู้ว่าอีกฝ่ายจะต้องเป็นมือสังหารปีศาจแน่นอน นอกจากนี้ยังเป็นมือสังหารขั้นสูงของแท้!

“งั้นกรณีนี้ข้าขอไปชั้นผู้อาวุโสไท่หลิงละกัน” โฉมสะคราญข้างเฉวียนหลัวเอ่ยออกมา

เมื่อพวกเขาแสดงจุดยืน กลุ่มอื่นๆ ก็เลือกเช่นกัน

“เวินชิงเฉวียน พี่หลิงซี หลงเซี่ยงไปกับลั่วหลีที่ชั้นผู้อาวุโสไท่หลิงเถอะ” มู่เฉินหันกลับมาพูดกับทั้งสามคน

แม้ว่าลั่วหลีจะมีวิธีของนางเอง แต่เพื่อให้มั่นใจมู่เฉินก็ยังให้นางพาพรรคพวกไปด้วย

สำหรับตัวเขาไม่ต้องการความช่วยเหลืออะไรมาก เนื่องจากเขามีวิชาสามพิสุทธิ์ ดังนั้นจึงได้เปรียบในเรื่องจำนวน ไม่ต้องพูดถึงว่าเขายังมีกองทัพมังกรดำอยู่ด้วย

เมื่อได้ยินมู่เฉินแจกแจง ลั่วหลีก็ครุ่นคิดสั้นๆ แต่ก็ไม่ปฏิเสธ เพราะนางรู้ว่ามู่เฉินเป็นห่วงนางมาก สิ่งนี้ทำให้นางรู้สึกอบอุ่นในใจ

“ถ้างั้นเจ้าก็ต้องระวังตัวด้วยนะ”

ลั่วหลีไม่พูดมาก แต่มองไปที่มู่เฉินด้วยความกังวลอย่างมากในสายตา

ในเวลาเพียงไม่กี่นาทีทุกคนก็เลือกเรียบร้อย ทุกชั้นต่างมีจอมยุทธ์ขุมพลังตี้จื้อจุนขั้นเต็ม

ซึ่งชัดว่าจอมยุทธ์เหล่านี้จะกลายเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับมรดก

มู่เฉินและลั่วหลีแสดงชั้นที่จะไป การเลือกของพวกเขาไม่ได้ทำให้เกิดความโกลาหลใดๆ เนื่องจากทั้งสองเป็นเพียงจอมยุทธ์ขุมพลังตี้จื้อจุนขั้นต้นและขั้นปลาย ดังนั้นจึงไม่มีใครสนใจอะไรมากนัก

ส่วนเฉวียนหลัวกับมั่วซินก็เยาะเย้ยเมื่อมองไปที่มู่เฉิน

อีกด้านไป๋ซินเอ๋อก็มองไปที่ลั่วหลีด้วยดวงตาเป็นประกาย

เมื่อการกระจายตัวเสร็จสิ้น ก็ไม่มีใครยืดยาดอีกต่อไป แต่ละคนเคลื่อนไหวกลายเป็นร่างแสงพุ่งเข้าไปในเจดีย์โบราณ

“ไป!”

มู่เฉินโบกมือทะยานไปยังเจดีย์สี่เทวะพร้อมกับลั่วหลีและคนอื่นๆ ติดตามอย่างใกล้ชิด

เมื่อเข้าไปในเจดีย์มู่เฉินก็รู้สึกถึงความผันผวนของสภาพมิติรอบตัว อึดใจทิวทัศน์รอบตัวเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป

ที่นี่เป็นป่ารกร้างและภูเขาแห้งแล้ง

มู่เฉินทำเพียงกวาดสายตาก่อนจะมองไปทางทิศตะวันออก เขารู้สึกถึงความผันผวนอย่างไร้ขอบเขตเบาบางจากทิศทางนั้น

ความผันผวนนั้นทำให้รู้สึกกดดันอย่างมาก

ความผันผวนที่ไร้ขอบเขตมีร่องรอยไอเย็นเยือกอยู่ในนั้น ซึ่งดูเหมือนจะบรรจุด้วยความชั่วร้ายไม่รู้จบ เพียงแค่สัมผัสแผ่วเบาก็ทำให้มู่เฉินรู้สึกหวาดกลัวหนาแน่นในหัวใจ

“เศษวิญญาณและปณิธานของจอมปีศาจระดับเทียนและท่านบรรพชนคงอยู่ที่นั่น”

มู่เฉินจมลงในภวังค์ความคิด ดูเหมือนว่าเขาจะต้องรีบไปที่นั่นโดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นจอมยุทธ์เผ่าปีศาจอาจใช้โอกาสนี้ทำลายการปราบปรามเพื่อปลดปล่อยเศษวิญญาณจอมปีศาจก็เป็นได้ ถึงเวลานั้นทั้งชั้นก็จะกลายเป็นอากาศธาตุ

วาบ!

เมื่อคิดถึงจุดนี้ มู่เฉินก็ไม่ลังเลอีกต่อไป ฝ่าเท้าแตะลงส่งตัวขึ้นไปที่กิ่งไม้หนา ทิ้งภาพลวงตาไว้ภายในป่าเดินทางด้วยความเร็วเต็มพิกัด

แม้ว่าการเดินทางจะเร็วกว่านี้ถ้าเขาเดินทางบนท้องฟ้า แต่ก็จะทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายดึงดูดความสนใจได้เช่นกัน ตอนนี้มู่เฉินไม่รู้ว่ามีพวกเผ่าปีศาจเข้ามาอยู่ในชั้นนี้มากเท่าไร ดังนั้นการทำเช่นนี้จึงเป็นสิ่งที่ไม่ฉลาด

โชคดีที่มู่เฉินยังคงสามารถเดินทางด้วยความเร็วสูงแม้จะอยู่ในป่า

แปะ!

ร่างพร่าเลือนเหยียบลงบนใบไม้บาง มันยังไม่ขยับแม้แต่น้อย ร่างนั้นก็ทะยานออกไปไกลราวกับภูตผี ทว่าทันใดนั้นเมื่อทะยานข้ามพื้นที่บริเวณหนึ่ง หัวใจของมู่เฉินก็ตื่นตัว เขาชะงักลงทันที

ปัง!

ทันใดนั้นต้นไม้แห้งที่อยู่ข้างหน้าก็ลุกโชนด้วยเปลวไฟสีดำ อุณหภูมิที่น่าสะพรึงกลัวที่เล็ดลอดออกมาทำให้มิติบิดเบี้ยว

แปะๆ

ขณะที่เปลวไฟสีดำลุกโชนเสียงปรบมือก็ดังขึ้น มู่เฉินเห็นเงาร่างสองร่างเดินออกมาจากเปลวไฟอย่างช้าๆ

เมื่อสายตาจ้องมองไปดวงตาของมู่เฉินก็หดเกร็ง เขาเห็นผมของเงาดำทั้งสองโชนด้วยเปลวไฟสีดำ

“เมื่อกี้เราก็ปะหน้ากับหญิงสาวสองคนจากมหาพันภพ หัวหน้ากำลังไปตามล่าพวกนาง ไม่คิดว่าพวกเราจะเจอเพื่อนโชคร้ายอีกคน” เงาร่างทั้งสองที่มีเปลวไฟสีดำบนเส้นผมมองไปที่มู่เฉินด้วยไอเย็นและจิตสังหารวูบไหวในดวงตา

“มันอ่อนแอเหลือเกิน จากการจัดอันดับของมหาพันภพเขาเป็นจอมยุทธ์ขุมพลังตี้จื้อจุนขั้นปลาย ลูกมดตัวจ้อยๆ” อีกคนหนึ่งพูดออกมาอย่างไม่แยแส ขณะมองมู่เฉินโดยไม่มีอารมณ์ใดๆ ในสายตา

“เผ่าปีศาจต่างมิติ?” คิ้วของมู่เฉินยกขึ้นขณะยิ้มมองไปที่ทั้งสองคน

ในการรับรู้ของเขา พลังของทั้งสองไม่อ่อนแอเลย พวกเขาอยู่ในระดับตี้จื้อจุนขั้นเต็ม ทว่าก็เป็นแบบสามัญธรรมดาทั่วไป

“ผิด พวกข้ามาจากเผ่าเหยียนหมัว จักรวรรดิปีศาจต่างมิติเป็นชื่อเรียกที่มหาพันภพตั้งให้”

มู่เฉินพยักหน้าขณะยิ้มบาง “ใครจะสนใจชื่อของคนที่กำลังจะตาย”

จอมยุทธ์เผ่าเหยียนหมัวอึ้งไปก่อนที่พากันหัวเราะร่วน ทว่าสายตาที่มิงมู่เฉินยิ่งเย็นเยือกลงอีกหลายส่วน

“ข้าจะค่อยๆ เผามันทีละน้อยด้วยเปลวไฟปีศาจ” หนึ่งในนั้นเอียงศีรษะไปด้านข้าง ประกาศอย่างโหดเหี้ยม

“จริงสิ ผู้หญิงสองคนที่แกพูดถึงหน้าตาเป็นยังไง?” มู่เฉินถามด้วยรอยยิ้ม

ทว่าคำถามนี้ของเขา ทำให้จอมยุทธ์เผ่าเหยียนหมัวมองมาราวกับว่ากำลังมองคนโง่ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่คิดจะบอกข้อมูลนี้

“ดูเหมือนว่าข้าต้องงัดข้อมูลจากปากพวกแกเองสินะ” มู่เฉินยักไหล่ยิ้มอ่อน

“ตู้ม!”

เปลวไฟสีดำพวยพุ่งออกมาจากจอมยุทธ์เผ่าเหยียนหมัวราวกับภูเขาไฟ ขณะที่เปลวไฟปีศาจกวาดออก ผืนป่าลุกไหม้ทันที

“ไอ้โง่ แกตายไม่ดีแน่!”

เปลวไฟปีศาจที่รุนแรงแผดเผาออกมา ขณะที่เงาทั้งสองพุ่งออกมาพร้อมกับคลื่นความร้อนวิ่งพล่านไปหามู่เฉิน

พวกเขาสองคนมีไหวพริบอย่างไม่น่าเชื่อ แม้ว่ามู่เฉินดูเหมือนอยู่ในระดับตี้จื้อจุนขั้นปลายเท่านั้น พวกเขาก็ยังคงโจมตีพร้อมกันด้วยความระมัดระวัง

ทว่ามู่เฉินกลับยิ้มจางๆ เมื่อมองร่างที่พุ่งเข้ามา

“คนเยอะแล้วเก่งนักเหรอ?”

ทันทีที่พูดจบ มู่เฉินก็ทะยานออกไป ขณะเดียวกันม่านตาจอมยุทธ์เผ่าเหยียนหมัวก็หดลง เนื่องจากพวกเขาเห็นร่างที่คล้ายกันสองร่างปรากฏที่ด้านข้างมู่เฉิน ขณะที่พุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างดุเดือด

“ฉิบหาย!”

ทันใดนั้นหัวใจของทั้งสองก็จมลง

พวกเขารู้ว่าวันนี้ดันไปเตะกำแพงโลหะเข้าให้แล้ว