บทที่ 398 ไม่เจอกันนานเลย

ลูกเขยมังกร Royal Dragon Husband

บทที่ 398 ไม่เจอกันนานเลย ไม่นาน นักศึกษามหาลัยจงไห่หลายคนก็โยงไปถึงเฉินเฟิง เพราะเมื่อกี้เฉินเฟิงดังมาก แถมยังเล่นเปียโนได้เยี่ยมยอดมาก พอฉู่ชีงฉือพูดถึงเพื่อนเก่าเสร็จ เธอเบนสายตาไปที่ด้านหลังเวที ยิ้มพูดว่า: “ไม่รู้ว่าเพื่อนจะยอมช่วยไหม?” ด้านหลังเวที พอได้ยินฉู่ชีงฉือพูดแบบนี้ เฉินเฟิงอดยิ้มเศร้าไม่ได้ เขารู้ดีว่า เพื่อนเก่าที่ฉู่ชีงฉือพูดหมายถึงใคร แต่เขาไม่คิดเลยว่า ฉู่ชีงฉือจะขออะไรแบบนี้ออกมา “พี่เฟิง เพื่อนเก่าที่ฉู่ชีงฉือพูดคงไม่ใช่พี่หรอกนะ?!” ตอนที่ฉู่ชีงฉือตวัดสายตามองมาที่ด้านหลังเวที เซียวรั่วฉุกคิดได้ เพื่อนเก่าของฉู่ชีงฉือเป็นไปได้มากว่าจะเป็นเฉินเฟิง?! “พี่เอง” เฉินเฟิงยิ้มเศร้าพยักหน้า “พี่จริงๆ?!” เซียวรั่วเบิกตากว้าง เธอรู้สึกเหมือนหัวใจโดนกระแทกอย่างแรง เฉินเฟิงรู้จักกระทั่งฉู่ชีงฉือ! เฉินเฟิงส่ายหน้า ไม่ได้อธิบายอะไรมากมายกับเซียวรั่ว เขาเดินไปทางเวที เฉินเฟิงเดินขึ้นเวทีอีกครั้งต่อหน้าสายตาประชาชน ด้านล่างเวทีเสียงเซ็งแซ่อีกครั้ง “พระเจ้า เพื่อนของเทพธิดาฉู่คือเจ้าชายเปียโนน้อยหรือเนี่ย?!” “เจ้าชายเปียโนน้อยนี่เป็นใครกันแน่เนี่ย? เล่นเปียโนได้ยอดเยี่ยมก็แล้ว ยังเป็นเพื่อนกับเทพธิดาฉู่อีก” “เขาเหมือนเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้ร่วมงานกับเทพธิดาฉู่ต่อหน้าสาธารณชนด้วยนะ” “ไม่ใช่เหมือนเป็น ใช่เลย! เขาเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้ร่วมงานกับเทพธิดาฉู่ต่อหน้าสาธารณชน” “ตายล่ะ พรุ่งนี้เรื่องนี้ขึ้นข่าวหน้าหนึ่งแน่นอน” “หมอนี่ชาติที่แล้วกอบกู้จักรวาลไว้ใช่ไหมเนี่ย? รู้จักนางฟ้าอย่างหลินหวี่นชีวก็แล้ว ตอนนี้ยังรู้จักเทพธิดาฉู่อีก” พอเฉินเฟิงออกมา ก็โดนสายตาริษยานับพันจับจ้องมาที่เขา เชื่อว่า ถ้าสายตาฆ่าคนได้ ตอนนี้เฉินเฟิงคงตายไปไม่ต่ำกว่าแสนครั้งแล้ว “ไม่เจอกันนานเลย คุณเฉิน” ฉู่ชีงฉือยิ้มหวานให้ “ไม่เจอกันนานเลย คุณหนูฉู่” เฉินเฟิงยิ้มขืน ฉู่ชีงฉือทำแบบนี้เขารับมือไม่ทันจริงๆ “คุณเฉินคงไม่โทษฉันที่ทำอะไรโดยพลการใช่ไหม?” ฉู่ชีงฉือกระพริบตาปริบๆถาม เธอก็ไม่รู้ว่าในหัวเธอคิดอะไรถึงทำแบบนี้ บางทีอาจเพราะได้ฟัง《เฟือร์เอลีเซอ》ของเฉินเฟิงแล้วรู้สึกไม่สุด หรือบางทีแค่อยากร่วมงานกับเฉินเฟิงสักครั้ง สรุปแล้วไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เธอก็ทำให้เฉินเฟิงขึ้นมาบนเวทีได้แล้ว “ถ้าผมบอกว่าโทษ คุณหนูฉู่จะให้ผมลงจากเวทีไหม?” เฉินเฟิงยิ้มเศร้าถาม “แหะๆ ไม่แน่นอนค่ะ” ฉู่ชีงฉือยิ้มฮี่ๆ กว่าเธอจะมีโอกาสแบบนี้มันไม่ง่ายเลย เธอไม่มีทางยอมปล่อยเขาไปง่ายๆหรอก เปียโนที่เฉินเฟิงเล่นเมื่อกี้ถูกนำขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง ทั้งสองคนสบตากันครั้งหนึ่ง ฉู่ชีงฉือเดินมาที่กลางเวที หยิบไมค์ขึ้นมา เฉินเฟิงยกมือขึ้น ทั่วทั้งงานเงียบกริบจนเข็มตกสักเล่มคงได้ยิน สิบนิ้วของเฉินเฟิงบรรเลงไปบนแท่นเปียโน แป้นกดดำขาวสลับกันไปมา อินโทรที่ไพเราะดังขึ้น ผู้ฟังรู้สึกทั้งไพเราะและผ่อนคลาย หลายวินาทีผ่านไป ฉู่ชีงฉือยิ้มน้อยๆ เริ่มร้องสด เสียงร้องเสนาะหูออกทางเครื่องเสียง ทุกคนหลับตาซึมซับเสียงเพลงอย่างสงบ เสียงเปียโนที่ไพเราะขั้นสุด อะไรคือเสียงจากสวรรค์? นี่ต่างหากคือเสียงจากสวรรค์! เพลงเพื่อนเก่าบรรเลงจบไปด้วยความเคลิบเคลิ้มในเสียงเพลง เฉินเฟิงลุกขึ้น โค้งคำนับพร้อมกับฉู่ชีงฉือ และกลับเข้าหลังเวที งานฉลองวันก่อตั้งมหาลัยจงไห่ปิดฉากลงในที่สุด! ไม่กี่วินาทีที่เฉินเฟิงและฉู่ชีงฉือลงจากเวที ด้านล่างปรากฏเสียงปรบมือดังกึกก้อง! เสียงปรบมือดังก้องราวภูเขาไฟระเบิด ราวคลื่นใหญ่ซัดเข้าฝั่ง ปรบมืออยู่นานไม่ยอมจบ! นี่เป็นการร่วมแสดงที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์มหาลัยจงไห่เลยทีเดียว นักศึกษาด้านล่างเวทีหยิบมือถือออกมาอัดคลิปการแสดงชุดนี้ของทั้งสองไว้นานแล้ว และพากันแชร์ต่อตามช่องทางต่างๆ อาทิ กลุ่มเพื่อน Coco Weibo เป็นต้น ไม่ว่าเรื่องอะไร เมื่อมีตัวเอกเป็นเทพธิดาแห่งชาติอย่างฉู่ชีงฉือ เรื่องนั้นจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที คืนนี้ก็เหมือนกัน 《ฉู่ชีงฉือร่วมแสดงกับชายหนุ่มปริศนา》 《ฉู่ชีงฉือมีความรัก》 《แฟนหนุ่มนอกวงการของฉู่ชีงฉือ》 《ฉู่ชีงฉือกลายเป็นมือที่สาม》 หลังจากคลิปถูกเผยแพร่ออกไป ข่าวลือต่างๆก็พรั่งพรูตามมา ลมพายุที่มองไม่เห็นได้ก่อตัวขึ้น ส่วนเฉินเฟิงกับฉู่ชีงฉือได้กลับเข้าไปหลังเวที ถึงจะเดาไว้ก่อนแล้ว แต่พอเห็นทั้งคู่เดินเคียงไหล่กันเข้ามา คนที่อยู่ด้านหลังเวทีก็รู้สึกแย่อยู่ดี พวกที่มีอาการหนักสุดเป็นพวกตามจีบหลินหวั่นชีว พวกเขาพึ่งดูถูกแดกดันเฉินเฟิงไปว่า เป็นคนกระจอกที่ขับซานตาน่ามือสอง ไม่คู่ควรที่จะเป็นแฟนหลินหวั่นชีว แต่พริบตาเดียว ฉู่ชีงฉือ เทพธิดาแห่งชาติที่โด่งดังกลับเชิญเฉินเฟิงขึ้นเวทีบรรเลงเปียโนให้เธอ ขอถามหน่อย ทั่วประเทศจะมีซักกี่คนที่ได้รับเกียรติแบบนี้? หวังหย่าหนานกับเพื่อนๆก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ฉู่ชีงฉือพูดออกจากปากเองว่า เฉินเฟิงเป็นเพื่อนเก่าเธอ งั้นฐานะของเฉินเฟิงก็ไม่ต้องสงสัยแล้ว ไม่มีทางธรรมดาอย่างที่เห็นแน่ เฉินเฟิงต้องมีฐานะที่คิดไม่ถึงแน่ ต่อให้ไม่ใช่แฟนคลับสุดรวยที่ซื้อของขวัญให้เซียวรั่ว ก็คงไม่ด้อยไปกว่ากันมากนัก พอคิดถึงตรงนี้ พวกเธอก็เสียใจกันมาก ทำไมก่อนหน้านี้พวกเธอต้องปากพล่อยด้วยนะ ไปประชดแดกดันเฉินเฟิง ดูถูกต่างๆนาๆ ถ้าไม่มีเรื่องก่อนนี้ ตอนนี้พวกเธอก็อาจจะเข้าไปทำความรู้จักกับเฉินเฟิงได้ แต่เพราะพวกเธอปากพล่อย ทำให้ทุกอย่างกลายเป็นแค่ฟองสบู่ เฉินเฟิงเดินนำฉู่ชีงฉือมาหาหลินหวั่นชีวกับเซียวรั่ว และยิ้มแนะนำให้ฉู่ชีงฉือว่า: “นี่คือหลินหวั่นชีว คุณเคยเจอมาก่อนแล้วไงที่สถานีรถไฟ” “อืม เคยเจอแล้วค่ะ น้องหวั่นชีวสวยมากเลย เป็นเด็กสาวที่สวยที่สุดที่ฉันเคยเจอมาเลย” ฉู่ชีงฉือยิ้มพยักหน้า “พี่ชีงฉือชมเกินไปแล้วค่ะ ฉันมีหรือจะสวยสู้พี่ได้” หลินหวั่นชีวพูดอย่างตื่นเต้น เธอพึ่งเคยเจอดาราดังระดับฉู่ชีงฉือครั้งแรก จะตื่นเต้นก็ไม่แปลก “นี่คือเซียวรั่ว เอ่อ…เธอเป็นแฟนคลับตัวยงของคุณ” เฉินเฟิงแซวให้หนึ่งประโยค “พี่ชีงฉือสวัสดีค่ะ ฉัน….ฉันชอบเพลงของพี่มากเลย จะ…จะช่วยเซ็นลายเซ็นให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ?” เซียวรั่วตื่นเต้นยิ่งกว่าหลินหวั่นชีว แถมยังตื่นเต้นจนพูดจาตะกุกตะกักแล้วด้วย “ได้แน่นอนอยู่แล้วจ้ะ” ฉู่ชีงฉือยิ้มหวานบอก เซียวรั่วไม่ได้สวยน้อยไปกว่าหลินหวั่นชีวเท่าไหร่เลย ถือเป็นสาวสวยคนหนึ่งเลย ไม่รู้ชาติที่แล้วเฉินเฟิงทำบุญมาด้วยอะไร ถึงได้มีสาวสวยมากมายขนาดนี้ห้อมล้อม ถึงฉู่ชีงฉือจะอายุมากกว่าเซียวรั่วกับหลินหวั่นชีวหลายปี แต่พวกเธอเป็นผู้หญิง พอมารวมตัวกัน ก็จะหาหัวข้อคุยกันได้ง่าย ดังนั้นแค่ไม่กี่นาที พวกเธอสามคนก็ยิ่งสนิทกันมากขึ้น เซียวรั่วกับหลินหวั่นชีวเริ่มคลายความตื่นเต้นลง เดิมทีพวกเธอคิดว่า ดาราใหญ่อย่างฉู่ชีงฉือจะเย่อหยิ่งถือตัว แต่คาดไม่ถึงเลยว่า ฉู่ชีงฉือเป็นกันเองมากๆ เธอเหมือนพี่ใหญ่ของบ้านยังไงยังงั้น ทำให้เซียวรั่วและหลินหวั่นชีวรู้สึกสบายใจในการพูดคุยกับเธอ