บทที่ 371 ขี้ริ้วเกินไป ทำให้ไม่เจริญอาหาร

ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง

เพียง​ประโยค​เดียว​ก็​ตรง​เข้า​ทิ่มแทง​ความเจ็บปวด​ใน​ใจของ​สุ่ย​ฉ่าย​ชิง สุ่ย​ฉ่าย​ชิงไม่เกรงใจ​นาง​เช่นกัน​ “หรือ​นี่​มิใช่สิ่งที่​แม่นาง​หลิน​มอบให้​หรอก​หรือ​?” หลิน​ชิงเวย​สะบัด​ชายกระโปรง​หัวเราะ​เสียงต่ำ​ “หาก​มิใช่เจ้าหาเรื่อง​ใส่ตัว​ระหว่าง​ที่​ข้า​จัด​ยา​ให้​เจ้าใช้ ลอบ​ใช้เถิงหวง​ด้วย​ตนเอง​ เวลานี้​เจ้านอกจาก​จะไม่ต้อง​เสียโฉม​แล้ว​ กระทั่ง​โรค​หอบ​ก็​ย ยัง​หาย​ดี​แล้วด้วย​ เงิน​ห้าสิบ​หมื่น​ตำลึง​ของ​เซ่อ​เจิ้งอ๋อง​ย่อม​ไม่ต้อง​จ่าย​ไปโดย​สูญเปล่า​” สุ่ย​ฉ่าย​ชิงกำมือ​แน่น​ พูด​ราวกับ​ไม่มีเรื่อง​อัน​ใด​เกิดขึ้น​ “ต่อให้​ใบหน้า​ไม่หาย​ดี​ เยี่ยน​ก็​ยังคง​แต่ง​ข้า​เป็น​ภรรยา​ เขา​ไม่ใช่คน​ให้ความสำคัญ​กับ​รูปโฉม​” ไม่รอ​ให้​หลิน​ชิงเวย​ตอบ​ หลี​เช่อ​พลัน​พูด​ขึ้น​ว่า​ “เขา​หลอก​เจ้ากระมัง​” สุ่ย​ฉ่าย​ชิงตะลึงงัน​ นาง​หันไป​มอง​นางกำนัล​ข้าง​กาย​หลิน​ชิงเวย​ “เจ้าพูด​อัน​ใด​?” หลี​เช่อ​ “ตามที่​ข้า​รู้​มา บุรุษ​ล้วน​เป็น​สัตว์​ที่​ใช้ความรู้สึก​และ​การ​มองเห็น​ ขออภัย​ เซ่อ​เจิ้งอ๋อง​หน้าตา​หล่อเหลา​มาก​หรือ​?” สุ่ย​ฉ่าย​ชิงพูด​ด้วย​ความ​ลำพองใจ​ “เยี่ยน​เป็น​บุรุษ​ชาติ​อาชาไนย​ คมสัน​องอาจ​ น้อย​คน​นัก​ที่จะ​เทียบ​ได้​” หลี​เช่อ​พูด​อี​กว่า​ “นั่น​ย่อม​ถูกต้อง​แล้ว​ บุรุษ​หน้าตา​คมสัน​คน​หนึ่ง​อยู่​กับ​สตรี​ขี้ริ้ว​เป็นเวลา​นาน​ เขา​ย่อม​ถูก​ความ​ขี้ริ้ว​ทำให้​กินข้าว​ไม่ลง​” สุ่ย​ฉ่าย​ชิงโมโห​แทบ​แย่​ นางกำนัล​ข้าง​กาย​นาง​ก้าว​ออกมา​พูดว่า​ “นางกำนัล​ของ​แม่นาง​หลิน​นาง​นี้​ปฏิบัติ​ต่อ​แม่นาง​สุ่ย​อย่าง​ไร้​มารยาท​เกินไป​แล้ว​กระมัง​” หลิน​ชิงเวย​ยักไหล่​ “นาง​เป็น​นางกำนัล​ที่​ฝ่าบาท​ทรง​ประทาน​ให้​ตำหนัก​ฉางเหยี่ยน​ ไม่เห็นด้วย​หรือ​?” หลี​เช่อ​รับคำ​ต่อ​ “ถูกต้อง​ ไม่เห็นด้วย​เช่นนั้น​ก็​ไปหา​ฝ่าบาท​” “เจ้า!” นางกำนัล​โมโห​แทบตาย​เช่นกัน​ สุ่ย​ฉ่าย​ชิง “ช่างเถิด​ แค่​เพียง​ปาก​ไว​ชั่วขณะ​เท่านั้นเอง​ พวกเรา​กลับ​เถิด​” พูด​แล้วก็​เดิน​นำ​นางกำนัล​ของ​ตน​เดิน​กลับ​ไป หลี​เช่อ​พูด​ไล่หลัง​นาง​อี​กว่า​ “เอ๊ะ​ เมื่อ​สักครู่​มิใช่ยัง​พูดจา​คุยโว​โอ้อวด​ว่า​เซ่อ​เจิ้งอ๋อง​จะแต่ง​แม่นาง​สุ่ย​มิใช่หรือ​ เหตุใด​ยาม​นี้​จึงพูดว่า​เป็น​เพียงแค่​ปาก​ไว​ชั่วขณะ​เล่า​? บังอาจ​ถา ามว่า​วัน​แต่งงาน​ของ​เซ่อ​เจิ้งอ๋อง​และ​แม่นาง​สุ่ย​นั้น​คือ​เมื่อใด​กัน​?” สุ่ย​ฉ่าย​ชิงหยุดชะงัก​ หันมา​พูด​ด้วย​สีหน้า​อ่อนโยน​ “รอ​ให้​พวกเรา​กำหนด​วัน​แต่งงาน​แน่นอน​แล้ว​ข้า​ต้อง​ส่งเทียบเชิญ​ไปแน่​ เชิญแม่นาง​หลิน​มาจวน​อ๋อง​เพื่อ​ร่วม​ดื่ม​สุรา​มงคล​” หลี​เช่อ​ “นั่น​แน่นอน​อยู่แล้ว​ เจ้าควร​รู้สึก​โชคดี​ เคราะห์ดี​ที่​ระหว่าง​ทำพิธี​คำนับ​ฟ้าดิน​เจ้าสาว​ต้อง​คลุม​ผ้าแดง​ปิดหน้า​ หาไม่​แล้ว​ทันทีที่​เปิด​ผ้าคลุม​หน้า​ แขกเหรื่อ​ที่อยู่​ใน​ห้องโถง​แค่ เห็น​หน้า​เจ้า จะไม่ย่ำแย่​หรอก​หรือ​ คง​ต้อง​อาเจียน​สุรา​มงคล​ออกมา​ ยัง​จะกินข้าว​ลง​อีก​หรือ​ไร​ นี่​ยัง​ไม่ร้ายแรง​เท่าใด​นัก​ ที่​สำคัญ​คือ​เซ่อ​เจิ้งอ๋อง​ต้อง​เสียหน้า​ คนอื่น​ล้วน​คิด​ว่า​เขา​แ แต่ง​สตรี​รูปโฉม​งดงาม​ปาน​ล่ม​เมือง​กลับ​คฤหาสน์​ ไหน​เลย​จะคิด​ว่า​เขา​จะแต่ง​สินค้า​เถื่อน​ผิดกฎหมาย​กลับมา​คน​หนึ่ง​ ต่อไป​เขา​ย่อม​เงยหน้า​ขึ้น​มาไม่ได้​แล้ว​” หลิน​ชิงเวย​หันไป​มอง​หลี​เช่อ​ ริมฝีปาก​แย้มยิ้ม​ นาง​คิดไม่ถึง​ว่า​คน​ผู้​นี้​เวลา​ด่า​ผู้อื่น​จะด่า​รัว​เร็ว​ราวกับ​จุด​ประทัด​เช่นนี้​ สุ่ย​ฉ่าย​ชิงโมโห​จน​ตา​แดงก่ำ​ ราวกับ​จะร่ำไห้​อยู่​รอมร่อ​ หลี​เช่อ​รีบ​พูด​อี​กว่า​ “แม่นาง​สุ่ย​อย่า​ร้องไห้​ ที่นี่​ไม่มีบุรุษ​ เจ้าร้อง​ไปก็​ไร้ประโยชน์​ ก่อนหน้านี้​ผู้​ที่​ไม่รู้​ความใน​ยัง​คิด​ว่า​ใบหน้า​ของ​เจ้าเป็น​ฝีมือ​ของ​แม่นาง​หลิน​ของ​ข้า​จริงๆ​ คิดไม่ถึง​ว่า​ทั้งๆ ที่​เป็น​ฝีมือ​เจ้าเอง​ นี่​เจ้ากำลัง​คิด​สิ่งใด​อยู่​ ถึงกับ​ทำลาย​ตัวเอง​ เจ้ายัง​มีหน้า​มาร่ำไห้​อีก​หรือ​? มีปัญญาก็​มาสิ เปิด​ผ้าคลุม​หน้า​ พวกเรา​มาทำลาย​โฉมหน้า​ซึ่งกันและกัน​ ” สุ่ย​ฉ่าย​ชิงเช็ด​น้ำตา​ มอง​หลิน​ชิงเวย​ด้วย​ท่าที​น่าเวทนา​ “เหตุใด​แม่นาง​หลิน​ต้อง​ให้​นางกำนัล​ของ​ท่าน​ลบหลู่ดูหมิ่น​ผู้อื่น​ถึงเพียงนี้​” หลี​เช่อ​ “ข้า​ลบหลู่ดูหมิ่น​เจ้าแล้ว​หรือ​? หาก​ข้า​ลบหลู่ดูหมิ่น​เจ้าจริงๆ​ คาด​ว่า​เจ้าคง​ต้อง​คิด​แขวนคอ​ตาย​กระมัง​” นางกำนัล​ข้าง​กาย​สุ่ย​ฉ่าย​ชิงพูด​ขึ้น​ด้วย​ความโมโห​ “แม่นาง​ อย่า​ไปถือสา​พวกเขา​เลย​เจ้าค่ะ​ บ่าว​พา​แม่นาง​กลับ​” สุ่ย​ฉ่าย​ชิงเอง​มิอยาก​รั้ง​อยู่​ที่นี่​แม้แต่​นา​ทีเดียว​ ด้วย​ไม่ต้องการ​ให้​ผู้อื่น​ดูหมิ่น​ตน​ นาง​จึงหมุน​กาย​กลับ​ไป ประจวบ​เหมาะกับ​เห็น​เซียว​เยี่ยน​เดิน​เข้า​มาจาก​อีก​ด้าน​หนึ่ง​ น้ำตา​แห่ง​ค ความ​น้อยเนื้อต่ำใจ​ของ​สุ่ย​ฉ่าย​ชิงจึงไหล​อาบ​หน้า​อย่าง​ควบคุม​ไม่อยู่​ใน​ชั่วพริบตา​ หลี​เช่อ​กระซิบ​เสียง​เบา​ข้าง​หู​หลิน​ชิงเวย​ “นี่​ หาก​เจ้าร้องไห้​ได้​เช่น​นาง​ละ​ก็​ เช่นนั้น​เจ้าก็​ไม่ต้อง​ถูก​รังแก​จน​น่าเวทนา​เช่นนั้น​แล้ว​ ฮึ ดอกบัว​ขาว​ดอก​นี้​ ดู​ว่า​ข้า​จะบดขยี้​นาง​อย่าง งไร​” หลิน​ชิงเวย​เหลือบตา​มอง​เขา​ “เจ้ารู้จัก​เป็น​คนดี​ ช่วย​ผู้อื่น​เช่นนี้​ตั้งแต่​เมื่อใด​กัน​?” หลี​เช่อ​พูด​กับ​นาง​ “อย่างไร​ก็​ว่าง​ไม่มีอะไร​ทำ​ มีสายตา​เช่น​ข้า​อยู่​ด้วย​ ยัง​กลัว​ว่า​นาง​จะไม่เปิด​เผยโฉม​หน้าที่​แท้จริง​ออกมา​หรือ​?” ยาม​นี้​เซียว​เยี่ยน​เดิน​เข้ามา​ เขา​เห็น​หลิน​ชิงเวย​กลับ​วัง​มาแล้ว​เช่นกัน​ ทว่า​กลับ​คิดไม่ถึง​ว่า​สุ่ย​ฉ่าย​ชิงจะมาพบ​กับ​หลิน​ชิงเวย​โดยบังเอิญ​ที่นี่​ สุ่ย​ฉ่าย​ชิงร่ำไห้​น้ำตา​นองหน้า​ หรือ​หลิ น​ชิงเวย​รังแก​นาง​? สุ่ย​ฉ่าย​ชิงเอน​ร่าง​เข้าไป​ซบ​อยู่​ใน​อ้อมกอด​ของ​เซียว​เยี่ยน​ ส่งผล​ให้​ความรู้สึก​ของ​เซียว​เยี่ยน​ยุ่งเหยิง​ยิ่งขึ้น​อีก​ เขา​ไม่ปรารถนา​ที่จะ​กล่าวโทษ​หลิน​ชิงเวย​อีกแล้ว​ จึงได้​แต่​มอง​หลิน​ชิง งเวย​เพียง​แวบเดียว​ ประคอง​สุ่ย​ฉ่าย​ชิงขึ้น​มาจาก​อ้อมกอด​ของ​ตน​แล้ว​ถามว่า​ “เหตุใด​จึงออกมา​ข้างนอก​? ที่นี่​ลมแรง​ กลับ​ไปค่อย​พูด​กัน​เถิด​” สุ่ย​ฉ่าย​ชิงยิ่ง​รู้สึก​ว่า​ตน​ไม่ได้รับ​ความเป็นธรรม​มากกว่า​เดิม​ นาง​ช้อนตา​ที่​เต็มไปด้วย​หยาด​น้ำตา​มอง​เซียว​เยี่ยน​ “เยี่ยน​ ข้า​ขี้เหร่​ถึงเพียงนั้น​เชียว​หรือ​ ถึงขั้น​ทำให้​ท่าน​รู้สึก​สะอิดส สะเอียน​?” เซียว​เยี่ยน​ “ไม่” สุ่ย​ฉ่าย​ชิงพูด​อย่าง​เจ็บปวด​ “แต่​แม่นาง​หลิน​กล่าวว่า​ข้า​ขี้ริ้ว​ถึงเพียงนี้​ วันหน้า​แต่งงาน​กับ​ท่าน​แล้​วจะ​ทำให้​ท่าน​เงยหน้า​ขึ้น​มาไม่ได้​” เซียว​เยี่ยน​ชะงักงัน​ เขา​ช้อนตา​ขึ้น​มอง​หลิน​ชิงเวย​ หลิน​ชิงเวย​ไม่ได้​พูด​อัน​ใด​ หลี​เช่อ​จึงก้าว​ออกมา​ “แม่นาง​สุ่ย​ช่างรู้จัก​ใส่ร้ายป้ายสี​ผู้อื่น​จริงๆ​ ทั้งๆ ที่​คำพูด​นี้​มิใช่แม่นาง​ของ​ข้า​เป็น​คนพูด​ แม่นาง​สุ่ย​กลับ​กล่าวโทษ​ว่า​เป็น​ความผิด ด​แม่นาง​ของ​ข้า​?” สายตา​ของ​เซียว​เยี่ยน​ไหว​วูบ​ สุ่ย​ฉ่าย​ชิงพูด​ทั้ง​ร่ำไห้​ “ได้​ ได้​ อย่างไร​ก็​เป็น​ความผิด​ของ​ข้า​ ล้วน​เป็น​ความผิด​ของ​ข้า​ทั้งสิ้น​…” นางกำนัล​ข้าง​กาย​สุ่ย​ฉ่าย​ชิงพูด​ขึ้น​อย่าง​เดือดดาล​ “ทูล​เซ่อ​เจิ้งอ๋อง​ บ่าว​ข้าง​กาย​แม่นาง​หลิน​ปากคอเราะราย​ ลบหลู่​แม่นาง​สุ่ย​ เป็น​แม่นาง​หลิน​ที่​ไม่อบรมสั่งสอน​ให้​ดี​ จึงทำให้​นาง​กำเริบเส สิบสาน​ต่อ​แม่นาง​สุ่ย​เพคะ​” หลี​เช่อ​พูด​อย่าง​เห็น​ขัน​ “เจ้าดู​สิ กระทั่ง​เจ้ายัง​ยอมรับ​เอง​ว่า​คำพูด​นั้น​มิใช่แม่นาง​ของ​ข้า​เป็น​คนพูด​ นี่​เจ้ามิใช่ให้​แม่นาง​สุ่ย​ตบหน้า​ตนเอง​หรือ​” เซียว​เยี่ยน​เอ่ยปาก​ “นี่​เป็น​นางกำนัล​ใน​ตำหนัก​ฉางเหยี่ยน​ของ​เจ้า?” คำพูด​นี้​เขา​พูด​กับ​หลิน​ชิงเวย​ หลิน​ชิงเวย​ “ถูกต้อง​ เซ่อ​เจิ้งอ๋อง​มีสิ่งใด​จะชี้แนะ​?” “ใน​สายตา​ไม่ให้เกียรติ​ผู้​มียศศักดิ์​ เป็น​ผู้ใต้บังคับบัญชา​กลับ​ล่วงเกิน​เจ้านาย​ ไปรับโทษ​ที่​กรมราชทัณฑ์​เถิด​” หลิน​ชิงเวย​หัวเราะ​ “แม่นาง​สุ่ย​เป็น​เพียง​สตรี​ที่​เข้ามา​พำนัก​อาศัย​อยู่​ใน​ตำหนัก​ใน​เป็นการชั่วคราว​ มียศศักดิ์​หรือ​? อยู่​เบื้องบน​หรือ​? เช่นนั้น​เหนียง​เหนียง​ทุกท่าน​ของ​ตำหนัก​ใน​มิต้อง​ไปก กวาด​ลาน​เรือน​แล้ว​หรือ​ แต่​ใน​เมื่อ​เซ่อ​เจิ้งอ๋อง​กล่าว​เช่นนี้​ กลับ​ไปข้า​จะอบรมสั่งสอน​นาง​ให้​ดี​เอง​ คง​ไม่ต้อง​ถึงขั้น​ให้​เซ่อ​เจิ้งอ๋อง​ออกคำสั่ง​” สุ่ย​ฉ่าย​ชิงพูด​ขึ้น​มาประโยค​หนึ่ง​ในเวลานี้​ “บัดนี้​เจ้าเอง​มิใช่สตรี​ที่พำนัก​อยู่​ที่นี่​เป็นการชั่วคราว​หรือ​ เยี่ยน​เป็น​เซ่อ​เจิ้งอ๋อง​ เจ้ากลับ​ไม่ให้เกียรติ​ ไร้​กฎเกณฑ์​เช่นนี้​” หลิน​ชิงเวย​พูด​คล้าย​ยิ้ม​คล้าย​ไม่ยิ้ม​ “ข้า​มีป้าย​ทอง​ที่​ฝ่าบาท​ทรง​ประทาน​ให้​ เจ้ามีหรือไม่​?” สุ่ย​ฉ่าย​ชิง “…” สายตา​ของ​เซียว​เยี่ยน​ค่อยๆ​ ละ​ไปจาก​สุ่ย​ฉ่าย​ชิง “พวกเรา​กลับ​ไปเถิด​” สุ่ย​ฉ่าย​ชิงมองออก​เช่นกัน​ว่า​เซียว​เยี่ยน​ไม่คิด​จะติดใจ​เอา​ความ​ หาก​นาง​ยังคง​ฝืน​เอาเรื่อง​ต่อไป​ รังแต่​จะทำให้​เซียว​เยี่ยน​ไม่พอใจ​ เมื่อ​ได้ยิน​เขา​พูด​เช่นนั้น​จึงหัน​กาย​จากไป​พร้อมกัน​ หลี​เช่อ​แค่น​เสียง​ฮึออกมา​ใน​ตอนนี้​ “เซ่อ​เจิ้งอ๋อง​ แม่นาง​สุ่ย​มีอาการ​แพ้​เถิงหวง​ เซ่อ​เจิ้งอ๋อง​มิสู้กลับ​ไปตรวจสอบ​ดู​ให้​ดี​ว่า​ตกลง​แม่นาง​หลิน​เป็น​ผู้ทำลาย​รูปโฉม​ของ​นาง​ หรือ​เป็น​นาง​เอง ง​ที่​จงใจวางแผน​ใส่ร้ายป้ายสี​แม่นาง​หลิน​กัน​แน่​ เถิงหวง​มีพิษ​ ปริมาณ​ที่​ใช้ใน​ครั้งหนึ่ง​จะใช้มาก​ไม่ได้​ ไม่แน่​ว่า​อาจจะ​มีเหลืออยู่​อีก​”