บทที่ 370 อย่าคลุ้มคลั่งเกินไปนัก

ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง

ต่อมา​หลี​เช่อ​นั่งลง​กิน​อาหารเช้า​พร้อมกับ​หลิน​ชิงเวย​ หลิน​ชิงเวย​เห็น​เขา​มักจะ​ลูบไล้​ บีบ​คลำ​ไปตาม​เนื้อตัว​ของ​ตน​จึงอด​ที่จะ​ขมับ​กระตุก​ขึ้น​อีกครั้ง​ไม่ได้​ “เจ้าคิด​ว่า​ที่นี่​เป็น​บ้าน​ของ ง​เจ้าหรือ​? หืม?”​ “ข้า​เป็น​อย่างไรเล่า​?” หลี​เช่อ​ไม่เข้าใจ​อย่างยิ่ง​ “เวลานี้​เจ้ามีฐานะ​เป็น​นางกำนัล​คน​หนึ่ง​ เจ้าระมัดระวัง​ภาพลักษณ์​ของ​ตนเอง​บ้าง​ได้​หรือไม่​? เจ้าบีบ​หน้าอก​ ลูบคลำ​ตนเอง​ตามอำเภอใจ​เช่นนี้​ สนุก​มาก​ใช่หรือไม่​?” “แต่​ข้า​รู้สึก​ว่า​มัน​จะตก​ลงมา​ตลอดเวลา​นี่​นา​ ห้อย​ลงมา​ก็​ไม่น่าดู​แล้ว​” หลิน​ชิงเวย​กลอก​ตาขาว​ใส่เขา​ “เจ้าไม่รู้จัก​แต่งกาย​เป็น​ขันที​หรือ​?” หลี​เช่อ​พูด​อย่าง​เป็นธรรมชาติ​ “เป็น​ขันที​น่าเบื่อหน่าย​จะตาย​ เคราะห์ดี​ที่​ข้า​เลือก​เป็น​นางกำนัล​ ตลอดทาง​ที่​เดิน​มาเห็น​แม่นาง​น้อย​หน้าตา​น่ารักน่าเอ็นดู​ไม่น้อย​ หาก​ข้า​แต่งกาย​เป็น​ขันที​แล ล้วไป​เกี้ยว​พวก​นาง​ ข้า​ต้อง​กลายเป็น​คน​วิปริต​ใน​สายตา​ผู้อื่น​เป็นแน่​ อยู่​ใน​ฐานะ​นางกำนัล​สะดวก​กว่า​มาก​ อย่างไร​ทุกคน​ล้วน​เป็น​นางกำนัล​ ไม่ต้อง​มีข้อยกเว้น​อัน​ใด​มากมาย​ ไม่แน่​ว่า​อาจจะ​อาบ บน้ำ​ด้วยกัน​ได้​…” หลิน​ชิงเวย​สะอึก​ “หลี​เช่อ​ ข้า​บอก​เจ้าไว้​ก่อน​ หาก​เจ้าทำ​อะไร​ส่งเดช​ ข้า​จะเตะ​เจ้าออก​ไป” “ล้อเล่น​ ล้อเล่น​ เจ้าอย่า​ได้​ถือ​เป็นจริงเป็นจัง​นัก​ นางกำนัล​ธรรมดา​ทั่วไป​ไม่คู่ควร​กับ​ข้า​หรอก​ ข้า​บอก​แล้ว​ว่า​ข้า​เป็น​คน​จู้จี้จุกจิก​” หลี​เช่อ​มอง​หลิน​ชิงเวย​กิน​ข้าวต้ม​มือหนึ่ง​ อีก​มือ อหนึ่ง​คีบ​กับข้าว​ ข้อมือ​ของ​นาง​ใส่กำไล​ที่​เขา​ทำให้​ บน​กำไล​สลัก​ลวดลาย​ดอกไม้​ใบไม้​สีเขียว​ขับ​ผิว​ของ​นาง​ยิ่งนัก​ ข้อมือ​ของ​นาง​ดู​เรียว​และ​ขาว​อย่าง​เห็นได้ชัด​ หลัง​อาหารเช้า​ หลี​เช่อ​สนอกสนใจ​วังหลวง​แห่ง​นี้​อย่างยิ่ง​ เขา​ลาก​หลิน​ชิงเวย​เดิน​ไปทั่ว​ตำหนัก​ฉางเหยี่ยน​ หลิน​ชิงเวย​พูด​ขึ้น​ว่า​ “เจ้าบอก​ความจริง​มา เซี่ยน​อ๋อง​ให้​เจ้ามาทำ​อะไร​?” หลี​เช่อ​ “ให้​ข้า​มาอยู่​เป็นเพื่อน​เจ้าจริงๆ​ อย่างไร​ข้า​ก็​คิด​จะกิน​ฟรี​อยู่​ฟรี​อยู่แล้ว​ จึงยอม​มา” อยู่​เป็นเพื่อน​นาง​? จับตาดู​นาง​? หรือ​มาตักเตือน​นาง​? น่าจะเป็น​ข้อ​สุดท้าย​กระมัง​ เอา​หลี​เช่อ​มาตักเตือน​นาง​ ให้​นาง​ตระหนัก​ใน​จุดยืน​ของ​ตน​ เพียงแต่​การ​มีหลี​เช่อ​อยู่​ใน​วัง​ด้วย​ ทำให้​ชีวิต​ใน​วัง​แต่ละวัน​ไม่อาจ​คลุ้มคลั่ง​เกินไป​ มารดา​มัน​เถอะ​ คน​ผู้​นี้​เป็น​จอม​หาเรื่อง​จริงๆ​ เพียงแค่​ไม่ทัน​ระวัง​ครู่เดียว​ เขา​ก็​สามารถ​ทำให้​ต ตำหนัก​ฉางเหยี่ยน​วุ่นวาย​ไปทั้ง​ตำหนัก​ได้​ บทบาท​ของ​หว่าน​ชิว​ผู้​นี้​ถูก​เขา​แทบจะ​ทำให้​เสีย​ผู้​เสียคน​ไปแล้ว​ ภายใน​สอง​สามวันนี้​เรียก​ประชุม​นางกำนัล​ทั้งหมด​ใน​ตำหนัก​ฉางเหยี่ยน​ให้​มานั่ง​พร้อมเพรียงกัน​ใน​ลาน​เรือน​ เปิด​ประชุม​ครั้ง​ใหญ่​ ซ้ำยัง​อ้าง​ถึงสภาพอากาศ​ที่​เปลี่ยนแปลง​ไปจึงคิด​จะจัดกิจกรรม​การอ อาบน้ำ​พร้อมกัน​ใน​ตำหนัก​ เพื่อให้​นางกำนัล​ทั้งหมด​แช่น้ำ​ด้วยกัน​ หาก​มิใช่ด้วย​หลิน​ชิงเวย​ขัดขวาง​ทันเวลา​ เกรง​ว่า​หลี​เช่อ​ยัง​คิด​จะสอน​นางกำนัล​เหล่านี้​ว่า​ต้อง​อาบน้ำ​อย่างไร​ด้วย​ตนเอง​… หลิน​ชิงเวย​มอง​หลี​เช่อ​ด้วย​สายตา​ผิดหวัง​ “คิดไม่ถึง​ว่า​เจ้าจะเป็น​คน​ประเภท​นี้​” หลี​เช่อ​ “ข้า​เป็น​สุภาพบุรุษ​นะ​!” หลิน​ชิงเวย​ร้อง​ฮึอย่าง​ดูแคลน​ “บน​แก้ม​ของ​เจ้าเขียน​อักษร​ไว้​ข้าง​ละ​สอง​ตัว​” หลี​เช่อ​ลูบ​ใบหน้า​ของ​ตนเอง​และ​ถามว่า​ “เขียน​อักษร​อะไร​?” “ข้าง​ซ้าย​เขียน​คำ​ว่า​น้ำพุ​เหลือง​ ข้าง​ขวา​เขียน​คำ​ว่า​ลามก​” “…” หลี​เช่อ​ใช้เวลา​ยาม​ว่าง​ใน​วังหลวง​ล้วง​ความลับ​จาก​นางกำนัล​คนอื่นๆ​ เกี่ยวกับ​เรื่องราว​ใน​อดีต​ของ​หลิน​ชิงเวย​ แม้หลิน​ชิงเวย​จะมิใช่เจาอี๋​ของ​วังหลวง​แล้ว​ ทว่า​กลับ​สามารถ​เข้าออก​วังหลวง​ได้​อย่าง​อิสระ​ ตำหนัก​ฉางเหยี่ยน​นี้​ยังคง​เก็บรักษา​เอาไว้​ให้​นาง​ หลี​เช่อ​จึงอด​ที่จะ​รู้สึก​สงสัย​ไม่ได้​ ต่อมา​เขา​จึงล่วงรู้​ว่า​แท้จริง​แล้ว​หลิน​เจาอี๋​ได้รับ​ความ​โปรดปราน​จาก​ฮ่องเต้​ แต่​เป็น​นาง​เอง​ที่​มิเต็มใจ​เป็น​พระชายา​ของ​ตำหนัก​ใน​ ได้ยิน​ว่า​มีความขัดแย้ง​กับ​เซ่อ​เจิ้งอ๋อง​ เมื่อ​นาง​บัน​ด ดาลโทสะ​ขึ้น​มา กระทั่ง​เซ่อ​เจิ้งอ๋อง​นาง​ก็​ไม่ไว้หน้า​ เหลือ​เวลา​อีก​ไม่ถึงสอง​วัน​ก็​จะเป็น​วันเกิด​ของ​ไทเฮา​แล้ว​ หลี​เช่อ​เห็น​หลิน​ชิงเวย​ยุ่ง​อยู่​ใน​ห้อง​จึงเข้าไป​ถาม “เจ้าทำ​สิ่งนี้​ทำไม​กัน​?” หลิน​ชิงเวย​ตอบ​ทั้ง​ไม่เงยหน้า​ “ขี้ผึ้ง​บำรุง​ผิวพรรณ​ มอบให้​ไทเฮา​เป็น​ของขวัญ​วันเกิด​” “มีสรรพคุณ​อย่างไร​?” “ช่วย​ให้​ผิวพรรณ​งดงาม​” หลิน​ชิงเวย​ผสม​ตัว​ยา​ลง​ใน​ภาชนะ​กระเบื้อง​ หันกลับ​พูด​กับ​หลี​เช่อ​ด้วย​สีหน้า​คล้าย​ยิ้ม​คล้าย​ไม่ยิ้ม​ “ดึง​หน้ากาก​ออก​ ข้า​จะบำรุง​ผิว​ให้​เจ้า” ภายใน​ตำหนัก​บรรทม​นอกจาก​พวกเขา​สอง​คน​แล้ว​ไม่มีคนอื่น​อีก​ หลี​เช่อ​รู้สึก​แปลกใหม่​จึงรีบ​ดึง​หน้ากาก​ออก​แล้ว​นั่งลง​บน​เก้าอี้​ หลิน​ชิงเวย​นำ​ขี้ผึ้ง​นั้น​ทา​ลง​บน​ใบหน้า​ของ​เขา​ หลังจาก​เวลา​ผ่ าน​ไปชั่ว​หนึ่ง​ก้านธูป​ หลี​เช่อ​ล้างหน้า​จน​สะอาด​ เมื่อ​ลูบไล้​ลง​บน​ผิวหน้า​ของ​ตน​รู้สึก​ได้​ว่า​ผิวพรรณ​ทั้ง​ชุ่มชื้น​และ​เรียบ​ลื่น​ หลี​เช่อ​ทาง​หนึ่ง​มอง​กระจก​อย่าง​พึงพอใจ​ อีก​ทาง​หนึ่ง​พูดว่า​ “เจ้าล้อเล่น​กระมัง​ ของดี​เช่นนี้​เจ้านำ​มัน​ไปมอบให้​กับ​ไทเฮา​? ข้า​ได้ยิน​ว่า​เจ้ากับ​ไทเฮา​ผู้​นั้น​ไม่ได้​มีความสัมพันธ์​ดี​ต่อกัน น​เท่าใด​นัก​ เจ้าจะใจดี​ถึงเพียงนี้​เชียว​?” หลิน​ชิงเวยยก​ยิ้มมุมปาก​ “อืม​ ข้า​จะใจดี​ถึงเพียงนี้​” หลี​เช่อ​สวมหน้ากาก​ของ​เขา​กลับ​ไปอีกครั้ง​ “ข้า​ยัง​ได้ยิน​อี​กว่า​เซ่อ​เจิ้งอ๋อง​ของ​วังหลวง​แห่ง​นี้​รังแก​เจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า​เพราะ​สตรี​นาง​หนึ่ง​ ฉวยโอกาส​ที่​ข้า​อยู่​ใน​วัง​ หา​เวลา​ให้​ข้า​ ช่วย​เจ้าสั่งสอน​เขา​” “…” หลิน​ชิงเวย​ถาม “เจ้าคิด​อย่างไร​จึงจะไปสั่งสอน​เขา​ เจ้าสู้ชนะ​เขา​ได้​?” หลี​เช่อ​ “จัดการ​สตรี​ของ​เขา​ก่อน​ คนใน​ตำหนัก​ของ​เจ้าเมื่อ​เอ่ยถึง​สุ่ย​ฉ่าย​ชิงอะไร​นั่น​ ล้วน​มีโทสะ​ทั้งสิ้น​ ดูท่า​แล้ว​สุ่ย​ฉ่าย​ชิงผู้​นั้น​น่าจะ​ทำเกินไป​ เหตุใด​เจ้าจึงใจกว้าง​มาก​เมตตา​เช่น นนี้​เล่า​ เหตุใด​ปล่อย​ให้​ผู้อื่น​ข่มเหง​รังแก​?” หลิน​ชิงเวย​พูด​เรียบๆ​ “ข้า​ทำลาย​รูปโฉม​ของ​นาง​ เจ้าคิด​ว่า​ข้า​มาก​เมตตา​นัก​หรือ​ไร​?” หลี​เช่อ​หันหน้า​กลับมา​มอง​นาง​ เนิ่นนาน​จึงพูดว่า​ “ข้า​ ข้า​ขอ​ถอนคำพูด​ประโยค​นั้น​คืน​” หลิน​ชิงเวย​ส่งยิ้ม​ชั่วร้าย​ให้​เขา​ “หาก​เจ้ากล้า​ทำให้​ข้า​โมโห​ ข้า​ก็​จะทำให้​ใบหน้า​ของ​เจ้าทิ้ง​ริ้วรอย​บางอย่าง​เอาไว้​” “ข้า​กลัว​เหลือเกิน​” เมื่อ​เขา​คุ้นเคย​กับ​ตำหนัก​ฉางเหยี่ยน​เป็น​อย่าง​ดีแล้ว​ หลี​เช่อ​ให้​หลิน​ชิงเวย​พา​เขา​ออก​ไปเดินเล่น​นอก​ตำหนัก​ฉางเหยี่ยน​ ทัศนียภาพ​ของ​ตำหนัก​ฉางเหยี่ยน​ดีเลิศ​ อีก​ทั้ง​มีแสงตะวัน​สาดส่อง​ตำหนั ก​ทั้ง​หลัง​ราวกับ​เป็น​ภูเขา​ทองคำ​ก็​ไม่ปาน​ เมื่อ​มาถึงริม​สระ​ไท่เยี่ย​ บน​ผิวน้ำ​เป็น​ระลอกคลื่น​ราวกับ​เกล็ดปลา​ แสงแดด​ทอดตัว​อยู่​บน​ผิวน้ำ​กว้างไกล​นับ​พัน​ลี้​ มีสาวงาม​ปรากฏ​กาย​เดิน​ไปมาเป็น นพักๆ​ ท่วงท่า​การ​เดินเหิน​อรชร​แช่มช้อย​น่าดู​ยิ่ง​ หลี​เช่อ​ทอดถอนใจ​ “เป็น​ผู้กุมอำนาจ​การปกครอง​ก็​คือ​การ​ฉ้อราษฎร์บังหลวง​ ตำหนัก​ใน​กว้างใหญ่​เช่นนี้​ ภรรยา​มากมาย​ขนาด​นี้​ ทุกวัน​นอน​ด้วย​คน​หนึ่ง​ ครึ่ง​ปีก็​ยัง​นอน​ไม่ซ้ำคน​” ต่อมา​คน​ทั้งสอง​เดิน​ไปยัง​ริม​สะพาน​เล็ก​ๆ ข้าง​พุ่มไม้​ มีลำธาร​ไม่ลึก​นัก​ไหลผ่าน​ใต้​สะพาน​ หลิน​ชิงเวย​และ​หลี​เช่อ​เดิน​ไปหยุด​อยู่​ริม​ลำธาร​ ใน​ยาม​ปกติ​หลิน​ชิงเวย​ไม่ใคร่​ออกมา​เดิน​ข้างนอก​ แต่​นาง​เข้าใจ​ความรู้สึก​ของ​หลี​เช่อ​ดี​ จึงพา​เขา​ออกมา​ด้วยกัน​ เวลานี้​พลัน​มีเงาร่าง​สาย​หนึ่ง​ใน​อาภรณ์​สีขาว​ปรากฏ​ขึ้น​ใน​คลอง​จักษุ​ของ​คน​ท ทั้งคู่​ และ​กำลัง​ยืน​อยู่​บน​สะพาน​เล็ก​ๆ นั้น​ ยาม​นั้น​หลี​เช่อ​มอง​ไปเห็น​จึงอด​ที่จะ​หยุด​ฝีเท้า​ไม่ได้​ แต่​เมื่อ​เห็น​เงาร่าง​อรชร​ใน​ชุด​ขาว​แล้วจึง​เอ่ย​ขึ้น​ว่า​ “ลำพัง​แค่​เห็น​เงาร่าง​ยัง​ชวนมอง​ปานนี้​ เพ้ย​ๆ ไม่รู้​ว่า​จะคู่ควร​กับ​ความ​ หล่อเหลา​ของ​ข้า​หรือไม่​” ทันทีที่​สิ้น​เสียง​ เงาร่าง​อรชร​ใน​อาภรณ์​สีขาว​นั้น​มองเห็น​พวกเขา​แล้ว​เช่นกัน​ นาง​กำลัง​เดิน​แช่มช้อย​ประดุจ​กิ่ง​หลิ่ว​ต้อง​ลม​มุ่งหน้า​เข้ามา​ หลิน​ชิงเวย​เห็น​หลี​เช่อ​มอง​อีก​ฝ่าย​ตา​ไม่กะพริบ​ จึงหัวเราะ​ขึ้น​มา “นี่​ เจ้ามิใช่จะช่วย​ข้า​สั่งสอน​นาง​หรือ​? เวลานี้​คน​มาแล้ว​” หลี​เช่อ​เพิ่งจะ​สังเกตเห็น​ในเวลานี้​ว่า​สตรี​ใน​อาภรณ์​ชุด​ขาว​นั้น​ปิด​ใบหน้า​ด้วย​ผ้า​โปร่ง​ผืน​หนึ่ง​เขา​จึงถามขึ้น​ว่า​ “นาง​ก็​คือ​สตรี​ของ​เซ่อ​เจิ้งอ๋อง​ท่าน​นั้น​?” หลิน​ชิงเวย​หัวเราะ​ด้วย​น้ำเสียง​คม​ปลาบ​ “ใช่กระมัง​” เพียง​ไม่นาน​ สุ่ย​ฉ่าย​ชิงก็​เดิน​มาหยุด​เบื้องหน้า​หลิน​ชิงเวย​ นาง​พูด​เสียงอ่อน​ “แม่นาง​หลิน​” หลิน​ชิงเวย​พยักหน้า​ “แม่นาง​สุ่ย​ เวลานี้​เข้าสู่​ฤดู​สารท​แล้ว​ แสงแดด​กำลังดี​ แม่นาง​สุ่ย​ออกมา​ข้างนอก​ยัง​ต้อง​ใส่ผ้า​โปร่ง​อีก​หรือ​? ใบหน้า​ยัง​ไม่หาย​ดี​หรือ​ไร​?”