ตอนที่ 518 : การกลับมาเกิด งูตัวนี้ได้สร้างปัญหาให้กับหวังเย่าอย่างมาก การโจมตีของหวังเย่าแทบใช้ไม่ได้ผลกับมันเลย “ กล้าดีนักนะ !” หวังเย่าบ่นออกมาหลังจากที่โดนหมอกพิษของงู งูนั้นไม่ใช่แค่ไม่สนใจการโจมตีของหวังเย่า แต่มันกลับทำให้หวังเย่ามีปัญหาเพราะหมอกพิษของมันด้วย แน่นอนว่ามันทำให้หวังเย่านึกถึงค่ายกลที่ชายแก่ใช้ขึ้นมา เขาได้แต่หนักใจว่าเขาจะจบการต่อสู้นี้ยังไง สัตว์อสูรระดับสวรรค์ขั้นสูงแต่กลับแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้ ต้องบอกว่าด้วยความแข็งแกร่งที่หวังเย่ามีแล้ว การกำจัดสัตว์อสูรระดับสวรรค์นั้นเป็นเรื่องง่าย แต่ต่อหน้าสัตว์อสูรตัวนี้แล้ว เขาก็ไม่อาจจะทำแบบนั้นได้ เมื่อคิดถึงชายแก่ หวังเย่าก็รู้ว่าเขาไม่อาจจะสู้กับงูนี่ได้นานนัก ชายแก่คนนั้นเอาตัวชูหยุนไป ตอนนี้ไม่มีใครรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง “เสี่ยวซวีรีบจัดการ ! ” หวังเย่าตะโกนบอกเสี่ยวซวี “มาดูกันว่าฉันจะจัดการแกยังไง” หวังเย่าสร้างหอกมิติขึ้นมา แต่นี่ไม่ใช่การใช้หอกมิติโจมตีแบบเดิม ต่อหน้าสัตว์อสูรระดับสวรรค์แล้ว มันไม่จำเป็นที่เขาจะต้องใช้ทักษะระดับสูงออกมา แต่งูตัวนี้นั้นกลับเป็นข้อยกเว้น เพราะมันจัดการได้ยากรวมถึงเขาเป็นห่วงชูหยุนด้วย ดังนั้นเขาจึงต้องรีบจัดการกับงูตัวนี้เสียก่อน “แกตัวใหญ่แต่จะใหญ่ไปกว่าโซ่มิติของฉันรึไง ! ” เมื่อพูดจบหวังเย่าก็ตบลงไปที่พื้น ก่อนที่จะมีโซ่มิติก่อตัวขึ้นมาล่ามงูตัวนั้นเอาไว้ โซ่มิติ ! “แกบังคับฉันเองนะ ! แกเตรียมตัวตายได้เลย !” ตั้งแต่ที่มาที่โลกนี้ หวังเย่าไม่เคยใช้ทักษะนี้มาก่อน เขาจะใช้มันกับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งจริง ๆ เท่านั้น แต่ในวันนี้งูนี่กลับบังคับให้หวังเย่าใช้โซ่มิติออกมา บอกได้ว่างูตัวนี้ยังไงก็ต้องตายด้วยฝีมือของหวังเย่าจนได้ ! โซ่กว่าสิบเส้นเข้าล่ามตัวงูเอาไว้ หลังจากนั้นการรัดก็แน่นขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนว่าการใช้โซ่มิตินั้นทำให้หวังเย่าใช้พลังไปจำนวนมาก เขาถึงกับมีเหงื่อผุดขึ้นมา หวังเย่ามองไปที่งูที่โดนล่ามเอาไว้พร้อมกำหอกมิติในมือไว้แน่น “ตายซะ ! ” หวังเย่าสาบานว่าจะตัดมันออกเป็นชิ้น ๆ เขาไม่อาจจะอยู่นี่ได้นานนัก เพราะเขาสัญญากับชูบ้าแล้วว่าจะปกป้องชูหยุน ณ ใจกลางเมือง….ที่นั่นมีรูปปั้นอยู่ ตลอดหลายปีมานี้ไม่มีใครมาที่นี่ตั้งแต่ที่เผ่าชูมิอพยพไป มันผ่านมาหลายปีแล้วแต่ที่นี่ก็มีแค่ชายแก่อยู่ “ทำไมคุณถึงพาฉันมาที่นี่ ? ” ชูหยุนมองไปที่รูปปั้นและรู้สึกคุ้นเคยขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก “ฉันบอกเธอแล้วว่าเธอกลับมาเกิดใหม่ และจะต้องมาที่นี่” ชายแก่พูดขึ้นพร้อมกับโบกมือก่อนที่จะมีประตูปรากฏขึ้นมาตรงหน้าชูหยุน “ไปกันเถอะ” ครั้งนี้ชายแก่ไม่ได้ลากชูหยุนไปเหมือนกับที่ทำมาก่อนหน้านี้ “ไปไหน ? ” ชูหยุนมองไปที่ประตูตรงหน้าด้วยความสับสน แต่เธอรู้สึกได้ว่าประตูนี้เรียกหาเธออยู่ มันคือความรู้สึกที่คุ้นเคย มันราวกับการกลับมาบ้านเกิดใหม่ แต่ชัดแล้วว่าเธอนั้นไม่เคยมาที่นี่มาก่อน “เธอไม่อยากเดินเข้าไปรึไง ? ” ชายแก่หันกลับมามองและถามขึ้นมา “ใช่ ฉันรู้สึกว่ามีบางอย่างด้านในเรียกหาฉันอยู่ ฉันรู้สึกว่าเคยมาที่นี่มาก่อน ไม่สิ มันเหมือนกับว่าฉันเคยเติบโตที่นี่ด้วยซ้ำ ! ” “ที่นี่คือบ้านของเธอ” ชายแก่หันกลับไป ก่อนจะเดินเข้าไปในประตู มันเกิดปรากฏการณ์แปลก ๆ ขึ้นมา ทั้งเมืองปกคลุมไปด้วยทรายแต่มีแค่รูปปั้นเท่านั้นที่ยังดูสะอาดอยู่ มันราวกับว่าทรายไม่อาจจะแตะต้องมันได้ “คุณเป็นใครกันแน่ ? มันเหมือนกับว่าคุณกับทวดของฉันรู้จักกัน” สุดท้ายชูหยุนก็ลดความระวังที่มีต่อชายแก่ลงชัดแล้วว่าหากชายแก่ต้องการฆ่าเธอ เธอคงตายไปแล้ว ตอนนี้ดูเหมือนว่าชายแก่กับทวดของเธอจะรู้จักกันจริง ๆ “ฉันเป็นคนนอก ” “คนนอกที่เคยเข้ามาอยู่ที่นี่เมื่อนานมาแล้วใช่ไหม ? ” ชูหยุนคิด “เด็กผู้ชายในวันนี้ก็น่าจะมาจากที่เดียวกับฉัน เธอเกี่ยวข้องอะไรกับเขา ? ” “พ่อฉันบอกให้เขาพาออกมาเพื่อเรียนรู้โลกภายนอก เราเผ่าชูมิคิดจะทวงคืนดินแดนกลับมา ! ” ชูหยุนอธิบาย “ทวงคืนดินแดน ? สุดท้ายก็เปิดประตูหินนั่นได้แล้วสินะ ? ” ชูหยุนขมวดคิ้ว ชายแก่คนนี้เป็นใคร ทำไมถึงได้รู้เรื่องเผ่าของเธอมากขนาดนี้ ? เรื่องพวกนี้ชูหยุนเพิ่งจะรู้เองด้วยซ้ำ “เธอแปลกใจว่าทำไมฉันถึงรู้เรื่องพวกนี้สินะ ? ” ชายแก่ยังเดินหน้าต่อและพูดขึ้นมา “ถ้าฉันจะพูดถึงเรื่องการกลับชาติมาเกิด เธอคงไม่เชื่อ แต่มีหลายอย่างในโลกที่เราไม่อาจจะยอมรับได้ในตอนแรก แต่มันก็ยังคงเป็นความจริง” “คุณพูดถึงการกลับมาเกิดใหม่ การเกิดใหม่หมายถึงอะไรกันแน่ ? แล้วการเกิดใหม่นั้นทำยังไง ? ” ชูหยุนเริ่มสงสัยขึ้นมา ชายแก่คือผู้พิทักษ์ เขาอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว เขามาจากหัวเซี่ย แต่เขาลืมไปแล้วว่าหัวเซี่ยนั้นมีสภาพเป็นยังไง เขาชื่อ ฉิงจี ขนาดชื่อตัวเอง เขาก็ยังลืมไปแล้วด้วยซ้ำ หลายปีก่อนการบ่มเพาะของฉิงจีเจอกับทางตัน เพื่อที่จะหาโอกาสในการทะลวงผ่าน เขาก็ได้เดินทางไปยังที่ต่าง ๆ มากมาย และสุดท้ายก็มาพบกับแม่เหล็กเวทมนตร์ หลังจากที่ผูกจิตกับมันแล้ว เขาก็พบว่าเขามีพลังเวทย์ขึ้นมา มันไม่ใช่แค่ทำให้เขาพัฒนาความแข็งแกร่งขึ้นมาเท่านั้น แต่มันยังทำให้เขามีความสามารถในการควบคุมมิติได้ จากนั้น..เขาก็เปิดช่องทางมิติและมาที่นี่ มายังดินแดนของเผ่าชูมิ เมื่อมาที่นี่ ฉิงจีรู้สึกว่าการบ่มเพะของคนที่นี่กับที่หัวเซี่ยนั้นแตกต่างกัน คนที่นี่พากันทำสัญญากับอสูรและได้ความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรมา ดังนั้นเขาจึงเริ่มทำการศึกษาใหม่และทะลวงผ่านทางตันไปได้ สุดท้ายฉิงจีก็เลือกที่จะอยู่ที่นี่และไม่กลับไป ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่มีคนคนหนึ่งที่คอยช่วยเหลือเขามาตลอด คนนั้นได้จากไปนานแล้วเหลือทิ้งไว้แค่เพียงรูปปั้น เวลาผ่านพ้นไปแต่ฉิงจีก็ยังอยู่ที่นี่ เขาไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายจะกลับมาเกิดใหม่ แต่เขากลับรู้สึกได้ถึงชีวิตและความตาย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคาดหวังกับการกลับมาเกิดอยู่ดี