เซียวซู่เอามือมาปิดตาตัวเอง ทำราวกับว่าตัวเองคือมนุษย์ล่องหน! เขาไม่เห็นอะไรทั้งนั้น แต่ว่าถึงแม้ว่าจะปิดตาแต่หูก็ยังได้ยินอยู่ เสียงอู้อี้ของเสิ่นเฉียว นั้นดังเข้ามาในหูอย่างชัดเจนคุณชายเย่รออีกหน่อยไม่ได้หรือไงกัน จะถึงห้องอยู่แล้วเชียว อดใจไม่ไหวที่หน้าลิฟต์เลยเหรอ จูบนี้ไม่นานนักเพราะเสิ่นเฉียวไม่ทันได้เตรียมตัวเพียงแค่จูบเดียวของเย่โม่เซิน ร่างกายก็ไร้เรี่ยวแรงไปเสียหมดในอ้อมกอดของเขา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอควบคุมลมหายใจไม่ได้ดังนั้นเย่โม่เซิน จึงรีบปล่อย แล้วจับปลายคางของเธอ พูดด้วยเสียงแหบว่า “เธอไปทำอะไรเย่หลิ่นหานกันแน่ เขาถึงได้ใส่ใจเธอนัก” อยากจะมาอุ้มเธอด้วยตัวเองอีก เคยถามความเห็นของเย่โม่เซินหรือยัง เสิ่นเฉียวกะพริบตาที่ดูสดใสต่อหน้าเย่โม่เซิน เธอถามอย่างไม่เต็มปากนักว่า “เย่หลิ่นหาน คือใครเหรอ” เย่โม่เซินขมวดคิ้วและหรี่ตา “ไม่รู้จักเหรอ” “อืม” เธอพยักหน้าราวกับไก่จิกข้าว เย่โม่เซินเงียบไปสักพักแล้วถามว่า “งั้นฉันเป็นใคร” เซียวซู่ที่อยู่ข้างๆ “……..” น่ากลัวนิดหน่อยนะ เสิ่นเฉียวจ้องมองที่คนเบื้องหน้า ดวงตาสวยจ้องมองเขาแล้วถามขึ้นว่า “เธอเป็นใคร” เย่โม่เซินสีหน้าเปลี่ยนไป กล้าดียังไงที่ไม่รู้ว่าเขาคือใคร คิดไปคิดมาบรรยากาศรอบตัวคลายความกดดันลงเล็กน้อยเย่โม่เซินมองมาที่เธอด้วยสายตาอันตราย “ฉันให้เวลาเธอหนึ่งนาที คิดให้ออกว่าฉันคือใคร” “เย่โม่เซิน” เย่โม่เซินพูดจบเสิ่นเฉียวก็พูดขึ้นมา เสียงของเธอสดใสกังวานพร้อมๆ กับเสียงของประตูลิฟต์ เซียวซู่ยังยืนอยู่ตรงที่เดิมไม่รู้ว่าตอนนี้จะเข็นเขาต่อดีไหม “เมื่อกี้เธอยังไม่ตอบคำถามของฉันเลย ทำไมต้องมายุ่งเรื่องของฉันด้วย” เมื่อคิดขึ้นได้ว่าคนข้างหน้าเย่โม่เซิน เสิ่นเฉียวจึงกลับไปถามคำถามเดิมอีกครั้ง เย่โม่เซินแค่รู้สึกปวดหัว ยัยเด็กคนนี้จะไม่ยอมปล่อยไปเลยใช่ไหม “กลับห้อง” เย่โม่เซินสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกเซียวซู่พยักหน้าแล้วเข็นพวกเขาออกไป ประตูและเข้าห้องไปเพียงครู่เดียวเท่านั้น ไม่ง่ายเลยที่พาพวกเขากลับมาที่ห้องเซียวซู่ปาดเหงื่อ “คุณชายเย่งั้นผมไปก่อนนะครับ” “รอก่อน เรียกคนรับใช้สองคนนั้นมา” “ครับ” ไม่นานนักเซียวซู่ก็เรียกคนรับใช้ขึ้นมา แล้วออกไปรอข้างนอก สาวใช้พยายามดึง เสิ่นเฉียวลงมาจากเย่โม่เซินจากนั้นจึงพาเธอไปส่งที่เตียงเสิ่นเฉียวไม่หยุด ขัดขืนไม่หยุด เมื่อจัดการเธอเรียบร้อยแล้ว ทุกคนต่างพากันปาดเหงื่อ “ได้แล้วล่ะ ออกไปได้” หลังจากสาวใช้ออกไปแล้วเย่โม่เซินเลื่อนเก้าอี้ไปข้างเตียงเสิ่นเฉียว และจ้องมองที่เงียบสงบลงแล้ว เมื่อกี้ที่เธอขัดขืน อยู่ดีๆ เธอก็ร้องไห้เสียงดังทำให้โม่เซินรู้สึกตกใจ ตอนนนี้ฉันอยู่ที่ข้างหน้าเธอมองดูอย่างละเอียดอีกทีพบว่าเด็กคนนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปสักนิด “ดื่ม……ดื่มอีกแก้ว” อยู่ดีๆ เสิ่นเฉียวพูดพึมพำออกมาแล้วพลิกตัว เย่โม่เซินมองเธออย่างนิ่งๆ แล้วคิดว่าเธอก็เป็นผู้หญิงที่ดีคนหนึ่งจริงๆ เซียวซู่รออยู่ข้างนอกสักพักได้ยินเสียงของเย่โม่เซินแล้วจึงเข้าไปใหม่ เข้าไปแล้วไม่กล้ามองอะไรทั้งนั้น “คุณชายเย่เมื่อกี้คนพึ่งเอามาให้ คิดว่าน่าจะเป็นของคุณหนูเสิ่น” เย่โม่เซินรับของมา เมื่อเปิดดูก็เป็นของของเสิ่นเฉียวทั้งนั้นแต่กระเป๋าก็พังไปเสียหมดแล้ว “เก็บของไว้ กระเป๋าใบนี้ทิ้งไปซะ” “ครับ” “แล้วก็เอากะละมังใส่น้ำมา” เซียวซู่เอากะละมังใส่น้ำมาให้เย่โม่เซิน ไม่ทันรอให้เขาพูดอะไรก็เอากะละมังวางไว้ที่ข้างหัวเตียง เย่โม่เซิน “รู้แล้วเหรอว่าฉันจะทำอะไร” เซียวซู่ยิ้มอย่างมีเลศนัย “ผมอยู่กับคุณชายเย่มานาน เรื่องแค่นี้ถ้าผมไม่รู้ ผมจะเป็นผู้ช่วยได้อย่างไรล่ะครับ” หลังจากได้ยินดังนั้น เขาจึงเงยหน้าขึ้นมามองแล้วขมวดคิ้ว “งั้นเหรอ ทำไมเธอถึงคิดไม่ได้ว่าฉันจะสาดน้ำใส่หน้าเธอ ให้เธอตื่นล่ะ” เซียวซู่ร่างกายสั่นเทา “คุณชายเย่จะทำแบบนี้จริงๆ เหรอครับ” “บิดผ้าขนหนูให้ฉัน” เซียวซู่ถอนหายใจโล่งอก โชคดีที่ คุณชายเย่ไม่ทำแบบนั้น เซียวซู่ส่งผ้าขนหนูที่บิดแล้วให้เขาวางผ้าเช็ดตัวและเช็ดแก้มของเธอเบาๆ เสิ่นเฉียวรู้สึกไม่สบายตัว เธอยกมือสะบัดผ้าขนหนูออก “อย่ามาโดนฉัน” เย่โม่เซินหยุดไปสักพักแล้วเช็ดต่อ เสิ่นเฉียวขัดขืน ยกมือขึ้นมาเพื่อจะตีเขาอีกครั้งแต่กลับโดนเย่โม่เซิน ขู่ไว้ว่า “ถ้าขยับอีกฉันจะโยนเธอลงไปเดี๋ยวนี้” เซียวซู่พูด น่ากลัวเกินไปแล้ว! แผนนี้ใช้ได้ผลกับเสิ่นเฉียว โดนเย่โม่เซินขู่แล้วก็ไม่ขยับอีก อยู่นิ่งๆ ให้เย่โม่เซินวางผ้าขนหนูไว้บนหัว เวลาผ่านไปเรื่อยๆ เย่โม่เซินมือของหยุดลงกะทันหัน มองดูเธอที่นอนขมวดคิ้วอยู่บนเตียง เป็นอะไร? เซียวซู่เห็นเย่โม่เซินมีอาการแปลกไป แล้วจึงมองตาม เห็นแค่เสิ่นเฉียวที่นอนอยู่นิ่งๆ แต่ไม่รู้ทำไมน้ำตาจึงไหลออกมา น้ำตาราวกับคริสทัลไหลลงมา ไม่นานนักหมอนก็เปียกชุ่ม นี่ นี่อะไรกัน เป็นอะไรไป “ทำไม” เสิ่นเฉียวที่ร้องไห้ไม่หยุดพูดเสียงเบา “แม่ แม่ ฮือๆ หนูเป็นลูกของแม่” เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นเสิ่นเฉียวขมวดคิ้วแน่น เซียวซู่รู้สึกทำตัวไม่ถูกมองไปที่เย่โม่เซินแล้วไม่รู้จะทำยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้ เย่โม่เซิน ใบหน้าซ่อนเร้นอารมณ์เอาไว้ดูไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไรแล้วส่งผ้าขนหนูไปให้เซียวซู่“ล้างให้สะอาด” เซียวซู่ล้างผ้าขนหนูแล้วบิดผ้าส่งกลับคืนให้เย่โม่เซิน แล้วถามอย่างระมัดระวังว่า “เอ่อ…..คุณชายเย่ผู้ช่วยเสิ่นเธอมีเรื่องทุกข์ใจอะไรหรือเปล่า” เย่โม่เซินไม่ได้ตอบอะไร มือเขาหยุดลงจากนั้นจึงใช้นิ้วเรียวเช็ดซับน้ำตาให้เธอ “เธอกลับไปก่อนเถอะ” “แต่คุณชายเย่ยังไม่ได้…” “เรื่องของฉัน ฉันจัดการเองได้” พูดเสร็จเซียวซู่ดวงตาเบิกโตแล้วพูดว่า “คุณชายเย่ไม่นะครับ หากคุณเปิดเผยแล้วล่ะก็…..” “ห้องนี้มีอะไรให้เปิดเผย” “ถ้าคุณหนูเสิ่นรู้เข้า….” “ไม่เป็นไร” เย่โม่เซินมีสีหน้าไม่แยแส “เธอรู้ก็ไม่เป็นไร ถ้าเธอพูดออกไปล่ะก็ ฉันจะจัดการเธอเอง” เซียวซู่ “……….” ในระหว่างนี้ไม่รู้จะพูดอะไรดี จะจัดการเธอด้วยตัวเอง เธอทำได้เหรอ