คลื่นเยือกแข็งของจ้าวมนตรานั้นไม่มีประโยชน์สำหรับการโจมตีเข้าใส่ไพร่พลเกราะหนัก ทว่าเหล่าพลเกราะเบานั้นไม่ได้เป็นดุจเดียวกัน ในเวลาเพียงไม่นานแสงสีทองก็ปรากฏออกมาห่อหุ้มร่างของเขา แอนโทนีดาสได้มาถึงระดับที่ 8 เรียบร้อยแล้ว “ยอดเยี่ยม!” เซียวอวี๋จัดสรรแต้มทักษะให้กับจ้าวมนตราในทันที เขาลงแต้มไปที่เกราะเหมันตร์และทำให้มันเต็มที่ระดับ 3 หน้าที่หลักของจ้าวมนตราในสนามรบก็คือกวาดล้างศัตรูให้ได้มากที่สุดที่สามารถมากได้ และการป้องกันในช่วงเวลานั้นก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวด ในเวลาเดียวกัน ทิรันด้ายิงศรเวทย์เข้าใส่ทหารที่ถือโล่สองนายที่ต้องการจะบุกเข้าประตูเมืองในคราวเดียว “พลปืนกลุ่มแรก เล็งไปยังทิศทางที่ศรเวทย์พุ่งออกไป ยิงได้!” เซียวอวี๋ออกคำสั่ง ศรเวทย์ของทิรันด้านั้นยิงไปยังที่ที่มีผู้ใช้มนตราหลบซ่อนตัวอยู่ภายใต้การคุ้มครองของไพร่พลเกราะหนัก เซียวอวี๋สั่งให้ทิรันด้าไม่ต้องเพ่งเล็งสังหารศัตรู เพียงแค่คอยใช้ทักษะตาเหยี่ยวเพื่อค้นหาตำแหน่งของผู้ใช้มนตราก็พอ ครู่ต่อมานางก็ใช้ศรเวทย์ยิงเข้าใส่ทหารเกราะหนักที่ปกป้องผู้ใช้มนตราอีกครั้ง พลปืนต่างมองตามศรและรับทราบตำแหน่งจากประกายไฟ นอกจกานี้แล้ว อีกงานของทิรันด้าก็คือ การสังหารผู้ฝึกยุทธ์ การยิงธนูของนางนั้นแม่นยำเสียจนแม้ว่าอีกฝ่ายจปะปนอยู่ท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก แต่ศรกลับไม่คลาดเคลื่อนไปจากเป้าหมายที่เล็งเอาไว้สักกระเบียดนิ้ว นี่ถือเป็นการลดทอนภาระให้กับพวกออร์ค พวกออร์คทีตะลุมบอนอยู่กับศัตรูนั้นต้องพบเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบากอยู่บ้าง ซึ่งความช่วยเหลือจากทิรันด้าก็ช่วยพวกมันได้ไม่น้อย ถึงกระนั้นเซียวอวี๋ก็ยังได้สอนวิธีการที่จะใช้รับมือกับผู้ฝึกยุทธ์ของอีกฝ่ายให้กับพวกออร์คไว้แล้ว ออร์คสี่ถึงห้าตนจะใช้ขวานรุมสับไปยังร่างของผู้ฝึกยุทธ์ ด้วยวิธีการนี้พื้นที่ที่ผู้ฝึกยุทธ์จะสามารถหลบหลีกได้ก็จะถูกลดทอนลงจนไม่มี นี่เป็นยุทธ์วิธีที่เซียวอวี๋ใช้ออกในการรับมือกับฮีโร่ของอีกฝ่ายในชีวิตที่แล้ว แม้ว่าพวกผู้ฝึกยุทธ์จะทรงพลัง ทว่าพวกเขาก็ยังไม่อาจจะรับมือกับขวานขนาดยักษ์ 4 – 5 เล่มพร้อมกันได้อย่างแน่นอน ข้อได้เปรียบหลักของพวกออร์คก็คือพละกำลังที่เหนือกว่ามาก พวกมันไม่ได้มีทักษะต่อสู้มากมายอะไร ทว่าเรี่ยวแรงที่พวกมันทุ่มเทออกมานั้นก็เพียงพอที่จะสับสังหารผู้ฝึกยุทธ์ได้แล้ว เพื่อที่จะทัดเทียมกับผู้ฝึกยุทธ์ที่มีกระบวนท่า ความคล่องตัว และอื่นๆที่พวกออร์คไม่มี วิธีการเช่นนี้จึงถือเป็นทางออกที่ดี ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในระดับพื้นฐานขั้น 1 นั้นเปรียบได้กับตัวละครระดับ 9 จากเกม ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สองนั้น เทียบได้กับระดับที่ 10 หรือมากกว่าในด้านประสิทธิภาพการต่อสู้ กรอมสามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นที่สองได้ขณะที่เขายังอยู่ในระดับที่ 9 นั้นก็เนื่องมาจากความแข็งแกร่งและทักษะที่ทรงพลังของเขา ปังงงงงง ปังงงงงง กระสุนถูกยิงออกโดยมีเป้าหมายที่หลังโล่ของทหารเกราะหนัก เปรี้ยงง ทิรันด้ายิงศรเวทย์ออกไปอีกครั้ง ทหารที่ปกป้องผู้ใช้มนตรา 2 คนล้มลงจนเผยเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ออกมา จากนั้นกลุ่มก้อนกระสุนจากพลปืนก็ทะลวงร่างของผู้ใช้มนตราจนสิ้นใจ ผู้ใช้มนตรานั้นห่อหุ้มตนเองด้วยเกราะเวทย์ ทว่าเกราะนั้นไม่อาจต้านทานกระสุนจำนวนมากที่ยิงเข้าหาได้หมด พลปืนทั้ง 100 นายจะยังคงยิงปกติ เว้นเสียแต่ว่าเซียวอวี๋จะออกคำสั่งเจาจงให้ยิงไปที่ใด …………………. …………………. ในเวลาเดียวกันไพร่พลเกราะเบาและเกราะหนักนับไม่ถ้วนก็มาถึงที่ประตูเมือง พวกมันไม่สนใจการจัดกระบวนทัพใดๆทั้งสิ้นและวิ่งเข้าไปที่ประตู สิ่งที่พวกมันต้องการคือเกียรติยศ ความมั่งคั่ง และผู้หญิง การก่อตั้งรูปขบวนเป็นเพียงการเสียเวลา ดังนั้นผู้บัญชาการจึงไม่ออกคำสั่งใดๆ ผู้บัญชาการนั้นไม่ได้โง่งม และรู้ว่าการเข้าตีแบบสะเปะสะปะเช่นนี้จะช่วยลดทอนอานุภาพของเครื่องจู่โจมลงได้ ชี่~ ชี่~ เครื่องจู่โจมสองเครื่องยิงออกไปในระลอกแรก เหล่าทหารหลายสิบนายที่พยายามทะลวงผ่านเข้ามาต่างถูกตัดเป็นสองท่อน ไพร่พลเกราะเบานั้นสามารถจัดการได้ง่ายดายเสียยิ่งกว่าทหารเกราะหนัก ใบมีดตัดผ่านร่างของทหารเกราะเบาไป 20 แถวและไม่ละเว้นชีวิตผู้ใดเอาไว้ อ๊าาาาก~~ เสียงกรีดร้องด้วยความกลัวดังออกมาจากทางฝั่งไพร่พลของแคร์รี่ พวกมันยังคงอยู่เบื้องนอกประตูขณะจิตใจของพวกมันพังทลายลงไปเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันนั้นเอง เครื่องจู่โจมแถวที่สองก็ถูกผลักดันออกมาแทนที่ ชี่~ ชี่~ ผู้ที่ยังหลงเหลืออยู่ในช่องประตูต่างถูกแยกเป็นสองส่วนทั้งหมด “ผู้ฝึกยุทธ์ให้กระโดดข้ามใบมีดและทะลวงผ่านเข้าไปซะ!” ผู้บัญชาการทหารราบสั่งการด้วยเสียงอันดัง แน่นอนว่ามุมการยิงของใบมีดนั้นคงเส้นคงวา หากว่าผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นมีความคล่องตัวที่สูง เช่นนั้นการที่จะกระโดดข้ามมันไปก็ไม่ได้ยากลำยากมากนัก ท้ายที่สุดแล้วใบมีดก็ยังคงมีมุมยิงของมันอยู่ เครื่องจู่โจมจะมีประสิทธิภาพอย่างมากเมื่อต้องใช้รับมือกับฝูงชนที่อยู่รวมกัน ทว่าอานุภาพของมันจะถูกลดทอนในทันที หากว่ามีผู้ฝึกยุทธ์สามารถหลบผ่านมันไปได้ ผู้ฝึกยุทธ์เมื่อได้ยินคำสั่งของผู้บัญชาการ พวกมันก็ใช้ผนังของกำแพงเป็นฐานส่งในการกระโดข้ามใบมีดไป ชี่~ ชี่~ เครื่องจู่โจมยิงใบมีดออกมาอีกครั้ง ทว่าในครั้งนี้เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ส่วนใหญ่สามารถหลบหลีกมันไปได้ มีเพียงคนเดียวที่ถูกผ่าแยกเป็นสองส่วน อ๊ากกกกกก! เสียงคำรามดังก้องมาจากทิศทางฝั่งตัวเมือง ก่อให้เกิดฝุ่นผงตกลงมาจากประตูและผนัง กรอมพุ่งออกมาขณะที่ใช้วินด์วอร์คและอมนิแสลชไปพร้อมกัน เขาผ่าร่างผู้ฝึกยุทธ์ที่ขวางทางอยู่เป็นสองส่วน กรอมนั้นอยู่ในระดับที่ 10 ซึ่งเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สองที่ฝึกปรือกำลังภายใน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะสังหารผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในขั้นแรก มีผู้ฝึกยุทธ์ 2 – 3 คนที่มุ่งหน้าไปยังเครื่องจู่โจม พวกออร์คได้พยายามเข้าสกัดพวกมันบางคน ทว่ามีบางคนที่หลุดรอดไปและหยุดการโจมตีจากเครื่องจู่โจมได้สำเร็จ ผู้บัญชาการที่สบโอกาศก็ตะโกนขึ้นในทันที “บุกเข้าไป! เครื่องจู่โจมไม่สามารถยิงใบมีดได้อีกแล้ว!” ทหารนับไม่ถ้วนต่างกรูกันเข้าไปที่ประตู อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกมันเกือบจะถึงที่ตั้งของเครื่องจู่โจม ออร์คสองตนก็สับไกยิงใบมีดออกมา ผู้บัญชาการจึงตะโกนสั่งการขึ้นทันที “อย่าได้หยุด! ตราบเท่าที่พวกเราสามารถไปถึงเบื้องหน้ามันได้ พวกมันก็หมดโอกาศจะยิงออกมาได้อีก!” ไพร่พลหลั่งไหลเข้าไปราวกับฝูงมด เพียงชั่วกระพริบตา ทางเข้าของประตูเมืองก็อัดแน่นไปด้วยผู้คนจำนวนมาก ในเวลาเดียวกันผู้ฝึกยุทธ์ก็พยายามเข้าสกัดการบรรจุใบมีดของเครื่องจู่โจม อานุภาพของเครื่องจู๋โจมจึงลดลงเป็นอย่างมาก ดังนั้นกรอมจึงออกคำสั่งให้เหล่าออร์คขนย้ายเครื่องจักรกลับไปยังแนวหลัง อ๊ากกกกก! กรอมคำรามออกมาอีกครั้ง ก่อนที่ร่างของเขาจะหวุนวนไปข้างหน้า อ๊าาาาา มีไพร่พลนับไม่ถ้วนที่ถูกดาบของกรอมตัดผ่านร่างจนเป็นสองท่อน ทักษะพายุคลั่ง! เป็นทักษะที่จะได้รับเมื่อเบรดมาสเตอร์มาถึงระดับที่ 10 ทักษะนี้ยังอยู่ที่ระดับ 1 เท่านั้น ทว่ามันก็ยังทรงอานุภาพอย่างมาก ทักษะนี้เหมาะสำหรับการทำศึกระยะประชิดที่ฝ่ายศัตรูมีมากกว่าเช่นนี้อย่างที่สุด เซียวอวี๋คาดหวังที่จะเห็นทักษะ พยุหะดาบ ปรากฏออกมา เขาเชื่อว่าทักษะพยุหะดาบนั้นทรงอานุภาพยิ่งกว่าพายุคลั่ง และกรอมจะสามารถกวาดผ่านทั้งสนามรบได้ด้วยทักษะนั้น กรอมนั้นสวมใส่ด้วยชุดป้องกันเซ็ตทีหนึ่ง ดังนั้นคมดาบของศัตรูจึงไม่อาจระแคะระคายเขาได้ เขาราวกับพยัคฆ์ที่กระโจนเข้าไปในฝูงแกะ เซียวอวี๋มองดูเครื่องจู่โจมที่หมดอานุภาพอย่างสิ้นเชิง เขาตะโกนออกมา “กรอม ผลักดันพวกศัตรูออกไปจากประตูเมือง ตั้งแนวป้องกันขึ้นที่ด้านนอก!” การโจมตีระลอกแรก พวกออร์คนั้นปักหลักอยู่ภายในเมือง ดังนั้นจึงเกิดการบาดเจ็บหนักขึ้น ครั้งนี้เซียวอวี๋จึงเปลี่ยนแผนและผลักดันฝ่ายศัตรูให้พ้นประตูเมืองออกไป กรอมที่ได้ยินคำสั่งของเซียวอวี๋ โบกมือให้เหล่าออร์คติดตามตนออกไป เหล่าออร์คคำรามขึ้นอย่างดุดันขณะที่ดวงตาของมันเปลี่ยนเป็นสีแดง ทักษะคลถ้มคลั่งถูกเปิดใช้งานแล้ว…..