ตอนที่ 39 คุณเป็นใคร?

Apocalypse Meltdown โลกาวินาศล่มสลาย

ตอนนี้ภายในห้องพักยิ่งแน่นมากขึ้นด้วยเพราะมีเสี่ยวหยุนเฟยและพวกของเขาเข้ามาเพิ่ม ซางจิ่วตี้พิงไปกับกำแพงอย่างอ่อนแรงอยู่ข้างๆเสี่ยวหยุนเฟยและคนที่เหลือที่กำลังรุมกินอาหารกันอยู่ แน่นอนว่าเฉินช่าวเย่ไม่ได้หยุดกินแม้จะพึ่งตื่นขึ้นมาก็ตาม เขาทำเพียงถอนหายใจและโทษตัวเอง เมื่อพวกเขากินกันเสร็จแล้ว เสี่ยวหยุนเฟยก็เลียริมฝีปากพลางยิ้มออกมา “ขอบคุณมากจริงๆ” ขณะเดียวกันก็จ้องไปที่เฉินช่าวเย่ที่กำลังกัดเป็ดย่างกินอยู่ เป็ดนั้นอร่อยมากจริงๆและเขาก็เริ่มคิดว่าเขายังไม่อิ่มเต็มที่จริงๆ เ*ยเอ้ย! ไอ้อ้วนนั่นกินไปตั้งเยอะแล้วแต่มันก็ยังไม่หยุดกินอีก เป็ดย่างสองตัวถูกไอ้อ้วนนั้นกินไปหมดคนเดียว ความจริงแล้ว…เสี่ยวหยุนเฟยอิ่มตั้งแต่ตอนที่ซางจิ่วตี้ให้อาหารกับเขาตั้งเยอะแยะ แต่จิตใจเขายังคงคิดว่าตัวเองหิวอยู่ มันเป็นผลมาจากการหิวโหยมาเป็นเวลานาน ตราบใดที่พวกเขายังเห็นอาหารอยู่ข้างหน้า พวกเขาก็จะกินมันต่อไปถึงแม้จะอิ่มแล้วก็ตาม มันก็คล้ายๆกับซอมบี้ จากนั้น เขาก็จ้องที่ไปที่ถุงยังชีพลายพรางนั่น ความตื่นเต้นทำให้ตัวเขาสั่นขึ้นมา เขาช่างโชคดีจริงๆเพราะถุงใบนั้นถูกผู้ชายที่ใช้ขวานนั้นเอาไปแล้ว แสดงว่ามันต้องมีปืนอยู่ที่นี่! ความโลภและความปรารถนาในตัวเสี่ยวหยุนเฟยสามารถมองเห็นได้จากการที่เขารีบมองไปยังผู้หญิงที่เป็นคนให้อาหารกับพวกเขา ตาของเขาจ้องไปที่ปืนไรเฟิลในมือของเธอพลางชี้ไปยังถุงยังชีพด้วยสายตาวาว “คุณคือซางจิ่วตี้ใช่มั้ย? นี่เป็นกระเป๋าของคุณเหรอ?” “ไม่ใช่” ซางจิ่วตี้นิ่วหน้าปฏิเสธ ขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกสับสนว่าชูฮันไปได้กระเป๋านี่มาจากไหน ด้วยเพราะนี่มันดูเหมือนจะเป็นของทหาร ทันใดนั้น ตาของเธอเริ่มกระพริบ มันใช่… ถุงยังชีพรึเปล่า? ใช่แล้ว! มันถูกพูดไว้ในการออกอากาศทางวิทยุนั่น ทหารจะปล่อยถุงยังชีพที่เต็มไปด้วยอาหาร ยา และปืนมาทางอากาศ! ซางจิ่วตี้รีบหันหนีพลางซ่อนความข่มขืนในดวงตาเธออย่างรวดเร็ว ชูฮันเป็นไอ้งั่ง เขาไม่เคยบอกเธอเลยว่าเขาเจอยาแล้ว! “มีอะไรอยู่ข้างในเหรอ? ฉันขอดูได้มั้ย?” เสี่ยวหยุนเฟยค่อยๆตะล่อมถามซางจิ่วตี้อย่างอดทน เขาจะขโมยมันมาแน่ๆถ้าไม่ใช่เพราะผู้หญิงคนนี้กำลังถือปืนไรเฟิลไว้ในมือ ซางจิ่วตี้ตอบอย่างหงุดหงิด “มันไม่ใช่ของฉัน เพราะฉะนั้นคุณจะดูได้ก็ต่อเมื่อเขากลับมาแล้ว” “มันไม่ใช่แค่กระเป๋าหรอกเหรอ? มันจะเป็นเรื่องใหญ่อะไรถ้าผมจะแค่ขอดูนิดหน่อย” เสี่ยวหยุนเฟยกัดฟันยิ้ม พยายามพูดอย่างโน้มน้าว “ผมบอกคุณแล้วไง ผมเคยเห็นของแบบนี้ในฐานทัพลับที่เมืองซางจิงมาก่อน” “ตอแหลจริงๆ!” สิบแปดที่กำลังอารมณ์ไม่ดีด่าเสี่ยวหยุนเฟยขึ้นมาอย่างไว เธอจ้องไปที่เสี่ยวหยุนเฟยและพวกของเขาอย่างดุเดือด เธอไม่มีเวลามาฟังเสี่ยวหยุนเฟยพูดอะไรไร้สาระแบบนี้ เธอพึ่งถูกไอ้อ้วนตอแหลนั่นหลอกและไหนจะเหตุการณ์นั่นที่มันเกือบจะทำร้ายซางจิ่วตี้อีก อีกอย่าง ฐานทัพลับที่เมืองซางจิง? แม่ง! เลาเสี่ยวเสียวคนนี้เคยเห็นมาแล้ว เสี่ยวหยุนเฟยเปลี่ยนสีหน้าทันทียามที่มองไปยังสิบแปด เธอเป็นเด็กที่ไม่สุภาพ แน่นอนว่าเด็กจนๆแบบเธอไม่น่าจะมีมารยาทอยู่แล้ว ในตอนนั้นเอง พวกเขาได้ยินเสียงชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นมาตรงประตูน้ำเสียงมันฟังดูกดขี่… “เกิดอะไรขึ้น?” คนที่อยู่ในห้องรีบหันหน้าไปอย่างไวพลันได้เห็นเงามืดอยู่ตรงโถงทางเดิน มันมืดเนื่องจากไฟสลัวตรงทางเดิน เงาส่วนบนของร่างกายถูกซ่อนอยู่ในความืดมิด มีเพียงเงาของร่างกายผอมเพรียวและขวานอันงดงามยืนอยู่ตรงประตู “คุณกลับมาแล้ว!” ซางจิ่วตี้ผ่อนคลายลงเนื่องจากเธอพยายามซ่อนความเจ็บมานาน เธอตื่นตระหนกเมื่อได้เจอกับคนแปลกหน้าพวกนี้ด้วยเพราะเธอถูกเจียชุนเจี๋ยหลอกมาแล้ว “หัวหน้า!” เฉินช่าวเย่ยืนขึ้นและหยิบกระเป๋าเป้มาจากชูฮัน เขารู้สึกผิดเหลือเกินเมื่อได้เห็นอาหารมากมายอยู่ในกระเป๋านั่น “คนโลภแบบผมควรจะถูกตำหนิ เป็นเพราะผมทำให้ซางจิ่วตี้และสิบแปดเกือบตกอยู่ในอันตราย…” “เดี่ยวเราค่อยคุยกันทีหลัง” ชูฮันพยายามลบล้างความรู้สึกผิดของเฉินช่าวเย่ขณะเดินเข้ามาในห้องทีละก้าว เขาเมินเฉยต่อสายของคนทั้งห้องขณะเดินเข้าไปหาซางจิ่วตี้ ยื่นแขนออกไปจับหน้าผากของเธออย่างไม่ได้บอกล่วงหน้า ฝ่ามือสากๆของเขาทำให้ซางจิ่วตี้รู้สึกมึนเล็กน้อย อยู่ดีๆเขามาทำแบบนี้ได้ยังไง? ชูฮันไม่ได้เห็นสีหน้าประหลาดใจของซางจิ่วตี้ เขาเพียงนิ่วหน้า “ทำไมคุณถึงไม่กินยา? คุณอยากตายหรือไง?” หน้าของซางจิ่วตี้เปลี่ยนทันทีขณะโต้กลับไป “คุณไม่ได้บอกฉันว่านี่คือถุงยังชีพ!” ชูฮันมองไปที่เธอด้วยสายตาแปลกๆ “คุณควรตรวจดูไม่ใช่เหรอ? โง่จริงๆ!” “คุณ! ฉัน! ฉัน…” ซางจิ่วตี้โมโหอย่างมากหากแต่เธอก็เถียงอะไรไม่ได้ ทำได้แต่เพียงตะโกนใส่เขา “ชูฮัน คุณมันทุเรศจริงๆ!” เสี่ยวหยุนเฟยลืมตาขึ้นเมื่อเงาของชูฮันค่อยเข้ามาใกล้เรื่อยๆพลางค่อยๆมองหน้าของชูฮันอย่างชัดๆ พลางแสดงท่าทางประหลาดใจออกมา ตาของชูฮันดูราวกับตะเกียงไฟ เขาโกรธมากที่ซางจิ่วตี้ตะโกนชื่อเขาออกมา “ชูฮัน?” สีหน้าของเสี่ยวหยุนเฟยเปลี่ยนทันทียามมองไปที่ชายที่อยู่ตรงหน้าเขา เขาไม่สามารถเห็นรูปลักษณ์ของชูฮันได้ในตอนที่เขายังซ่อนตัวอยู่ในโรงน้ำชา เขารู้แต่ว่าชายคนนั้นยังหนุ่มแต่เขาไม่รู้เลยว่าชายที่มีความสามารถมากขนาดนั้นจะเป็นชูฮันนี่เอง มันเป็นคนนี้นี่เอง แม่ง! ชูฮันหมุนกลับมาและค่อยๆมามองที่เสี่ยวหยุนเฟย “คุณเป็นใคร?” “คุณไม่รู้จักฉัน?” มันมีความโกรธอยู่เต็มอกของเสี่ยวหยุนเฟย เขาพูดอย่างสุภาพกลับไปว่า “คุณกล้าพูดกับหัวหน้าในอนาคตของคุณแบบนี้ได้ยังไง? คุณไม่ควรพูดแบบนั้นกับผู้ชายที่สามารถเสนองานที่มหาลัยวิทยาลัยหมิงชิวให้กับคุณได้” มันดูจะเห็นได้ชัดว่าเสี่ยวหยุนเฟยต้องการจะติดสินบนชูฮันโดยใช้สถานะของเขา! “ข้อเสนอ? หัวหน้า?” ชูฮันคิดว่ามันตลกสิ้นดี ผู้ชายคนนี้ยังไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ในตอนนี้อีกเหรอ เขาคิดพลางมองเหยียดใส่เสี่ยวหยุนเฟยด้วยความสมเพช “คุณเป็นใคร?” “คุณกำลังพูดเรื่องอะไร?” เสี่ยวหยุนเฟยลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว “กล้าดียังไงมาพูดกับฉันแบบนี้? นี่แกกลายเป็นคนโง่ไปแล้วหรือไง? แกไม่ควรทำตัวอยู่เหนือกฏหมายเพียงเพราะเรากำลังอยู่ในโลกาวินาศกัน ฉันจะให้โอกาสสุดท้ายกับแก ฉันจะยกโทษให้กับความไม่เหมาะสมนี่ ถ้าแกพาฉันไปส่งที่เมืองชือ ไม่อย่างนั่นแกจะไม่มีโอกาสได้อยู่ในฐานทัพนั่นแน่ๆ! ” เสี่ยวหยุนเฟยไม่ใช่คนโง่ เขารู้ดีว่าเขาได้สูญเสียทุกอย่างไปหมดแล้ว ข้อเสนอและรางวัลตอบแทนนั่นเป็นแค่คำพูดลอยๆ แต่ชูฮันเป็นเพียงแค่ชายหนุ่มอายุ20ปี เขาน่าจะหวาดกลัวต่อผู้คนที่มีสถานะสูงๆ อย่างไรก็ตาม มันเป็นเพียงแค่ช่วงแรกๆของโลกาวินาศ เขาคิดว่าเรื่องทุกอย่างนี้น่าจะจบลงภายในไวๆนี้แล้ว เขาเชื่อว่าผู้ชายที่มีประสบการณ์การเข้าสังคมต่ำแบบนี้น่าจะกลัวหัวหน้าของเขา การเล่นกับคนและการข่มขู่ลูกน้องเป็นวิธีการที่เขาใช้เป็นประจำ