ตอนที่ 62 ผู้มีพระคุณของฉัน

Apocalypse Meltdown โลกาวินาศล่มสลาย

บรื้น——–
รถตู้ถูกขับเข้ามาอย่างรวดเร็วและหยุดลงตรงหน้าคนเหล่านี้ มีเสียงของประตู3บานเปิดออกและปิดอย่างดัง มีคน3คนกระโดดลงมาจากรถตู้พร้อมกับปืนในมือ ทั้ง3คนสวมเสื้อผ้าสกปรกเปรอะเปื้อนไปด้วยเศษเนื้อนเน่าเหม็นและเลือดสีดำของซอมบี้เลอะเทอะเต็มเสื้อผ้า รวมไปถึงผมและรองเท้า มีกลิ่นเหม็นหืนตามตัวของพวกเขา จนไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นคนหรือซอมบี้กันแน่ เดินเข้ามาด้วยท่าทางองอาจ เศษเนื้อเน่าบางส่วนหล่นตามทางเดินจนย้อมให้พื้นเป็นสีดำไปด้วย “พี่ชายงั้นเหรอ?” เฉินเจอฮ่าวรู้สึกกลัวขึ้นมา ก้าวเท้าไปข้างหน้า “พี่ชาย พี่ไปเจอซอมบี้มาเหรอ?” ชายที่โกรธจัดคนนั้นคือ…เฉินเสี้ยนกาวที่มาจากนอกฐานทัพ เย๋เฉินและเยวจึเดินเข้ามาหาเฉินเจอฮ่าวด้วยอารมณ์ไม่ดี “แกใช่มั้ยที่เป็นคนยิงปืน?” เฉินเสี้ยนกาวไม่ได้ตอบ หากกลับมองไปที่น้องชายตัวเองด้วยใบหน้าน่ากลัว “ใช่” หัวใจของเฉินเจอฮ่าวเต้นรัวแรง เพราะพี่ชายของเขาสั่งห้ามไม่ให้ถอดที่เก็บเสียงออกแต่เขาก็ยังเอามันออกเพื่อความตื่นเต้นเร้าใจ และความสุขยามได้เห็นคนอื่นหวาดกลัวและตกใจเวลาที่เฉินเสี้ยนกาวไม่อยู่ โชคร้ายที่คราวนี้เขาถูกจับได้ “พี่ ฟังผมก่อน ผมแค่เป็นห่วง” เฉินเจอฮ่าวยิ้มอย่างกล้าๆกลัว อยากจะอธิบายให้พี่ชายฟัง หากเขากลับชะงักค้างกล้างอากาศไปก่อนจะได้มีโอกาสพูดอะไร เฉินเสี้ยนกาวจ้องมองที่น้องชายตัวเองด้วยสายตาดุดัน ดวงตาของเขาดูเหมือนกับสัตว์ป่าคุ้มคลั่ง เหมือนกับว่าเขากำลังจ้องมองซอมบี้อยู่ ไม่ใช่น้องชายของตัวเอง เพี้ย!
เขาตบหน้าเฉินเจอฮ่าวทันทีอย่างไม่มีการเตือนล่วงหน้าใดๆ! เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเมื่อครู่ทำให้ทุกคนเกิดอาการช็อค ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยหมิงชิวหรือพวกชาวบ้านที่คอยประจบเฉินเจอฮ่าว หรือโจวซือหลีที่ไม่พอใจเฉินเจอฮ่าวอย่างมาก ทุกคนตกอยู่ในอาการมึนงง คนรับผิดชอบอันดับสองโดนตบ! เฉินเจอฮ่าวช่างโง่เหลือเกิน…เฉินเสี้ยนกาวเคยเป็นทหารเพราะงั้นเขาเลยแข็งแรงมาก เฉินเจอฮ่าวที่โดนตบไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไปทำเพียงปิดหน้าตัวเองอย่างมึนงง ทุกคนรู้กันดีว่าเฉินเสี้ยนกาวรักเขามากและไม่เคยสั่งให้เขาทำงานหนักๆเลยสักครั้ง เฉินเสี้ยนกาวจะคอยปกป้องคุ้มครองจากอันตรายให้เสมอ เขาไม่แม้แต่พาเฉินเจอฮ่าวออกไปหาของข้างนอกด้วยกัน เฉินเสี้ยนกาวเห็นแก่ตัวกับคนอื่นๆมากในการปกป้องน้องชายตัวเองจากทุกภัยอันตราย แต่ตอนนี้ เฉินเสี้ยนกาวกลับตบเขา? ทำไมกัน?! มันไม่มีซอมบี้ซะหน่อยเพราะงั้นที่นี่ก็ปลอดภัยดี มันทำไมนักหนากับเรื่องปืน? ทำไมมันถึงต้องเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้? เฉินเสี้ยนกาวไม่สนใจอารมณ์น้องชายของตัวเอง หันกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงทรงพลังที่ดังกังวานไปทั่วเขต “ทุกคน ฟังฉัน! หยิบอาวุธของทุกคนมาและไปกับฉัน ไม่ว่าจะเป็นปืนหรือขวาน หยิบมันมาให้หมด” “ไปไหน?” “เกิดอะไรขึ้น?” “มีอะไรรึเปล่า?” “เราทำงานอยู่!” จู่ความหวาดกลัวก็ห้อมล้อมจิตใจของทุกคนทันที “ทุกคนที่สามารถสู้กับซอมบี้ได้ขับรถตามฉันมา!” เฉินเสี้ยนกาวมองไปยังทุกคนในฐานทัพ “ไปกับฉัน ไปช่วยคนอื่น” “อะไรนะ? เราต้องไปต่อสู้เนี่ยนะ?” บางคนรู้สึกผิดหวัง “เรายังไม่ได้กินอะไรเลย!” “ช่วยคนอื่น? ตัวเราเองยังเอาไม่รอดเลย!” “ไม่!” “อาหารในรถตู้จะถูกกระจายให้กินระหว่างทาง และทุกคนที่อยู่ในวงล้อมต้องเตรียมพร้อมเสมอเพื่อที่เราจะได้รีบหนีกันอย่างรวดเร็ว พวกคุณมีเวลาแค่เพียง 30 วินาทีเท่านั้น!” ตาของเขาจ้องไปทางกลุ่มนักศึกษาที่พึ่งมาถึง “คนที่ตามฉันมาจะไม่ต้องกังวลเรื่องความหิวโหยและไม่มีที่อยู่อีกต่อไป” สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังรถตู้ และพบกับกล่องอาหารหลายกล่องผ่านช่องว่างประตู พวกเขาเห็นตัวอักษรที่ติดอยู่บนกล่องหลายคำที่ทำให้เกิดอาการน้ำลายไหลขึ้นมา อย่างเช่น เป็ดต้มซอสแดง แฮมและไส้กรอก ไก่และหนังหมู และยังมีมากมายหลายคำ อาหาร?! คำๆนี้กระตุ้นทุกคนที่อยู่ที่นั่นให้พุ่งตัวอย่างไว หยิบอาวุธขึ้นมาและเข้าไปในรถทันที ไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มนักศึกษาของมหาวิทยาลัยหมิงชิวเท่านั้น หากรวมไปถึงผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆนั่นด้วย ด้วยเพราะอาหารที่พวกเขากินกันประจำทุกวันนี้มีจำนวนจำกัดและเฉินเสี้ยนกาวพึ่งให้คำสัญญาอันยิ่งใหญ่แก่พวกเขา การเป็นอิสระจากความกังวลไม่มีอาหารจะกินและไม่มีที่จะอยู่! มันช่างน่าสนใจเหลือเกิน! “พี่!” จู่ๆเฉินเจอฮ่าวก็ตะโกนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “พี่กำลังทำบ้าอะไรอยู่? ทำไมต้องออกไปหาเรื่องตายด้วย? เราต้องไปช่วยใครกันแน่?” การโดนตบหน้าเมื่อสักครู่ทำให้เฉินเจอฮ่าวไม่พอใจอย่างมาก อำนาจที่เขาสร้างขึ้นมาเป็นเวลานานได้ถูกลบทิ้งไปภายในพริบตา เขาเป็นถึงเจ้านายอันดับสองของฐานทัพนี่ แต่เขากลับถูกตบต่อหน้าทุกคน เขาจะมีหน้าอยู่ในฐานทัพนี่ต่อไปได้ยังไง? เฉินเจอฮ่าวอับอายและไม่พอใจอย่างมาก เขาเริ่มต่อต้านคำพูดและการกระทำของเฉินเสี้ยนกาว เขาอยากจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาทำถูกแล้ว เฉินเสี้ยนกาวหันหลังกลับมา ตาของเขาเขาแดงก่ำ “แกควรอยู่ที่นี่และอย่าไปไหน” “ทำไมต้องออกไปหาเรื่องตายด้วย? ทำไมต้องเอาอาหารไปเสียทิ้งทั้งๆที่มันหายากจะตาย?” เฉินเจอฮ่าวไม่พอใจ “ผมอยากจะไปดูเหลือเกินว่าใครคือคนที่มีค่าพอจะแลกกับทุกคนที่นี่และรถตู้ที่เต็มไปด้วยอาหาร” ความผิดหวังและความเย็นชาฉายชัดขึ้นมาในตาของเฉินเสี้ยนกาว “ผู้มีพระคุณของฉัน” ————– ห่างออกไปจากฐานทัพราว 5 กิโลเมตรมีสะพานอยู่สะพานหนึ่ง มันไม่ได้กว้างอะไรมาก แค่พอดีกับสำหรับรถ3คันวิ่งผ่าน มีรถตู้คันหนึ่งติดอยู่ตรงกลางของสะพาน ตัวรถตู้มีสีสีขาว อีกฝั่งของตัวรถนั้นชำรุดด้วยฝีมือขีดข่วนของเหล่าซอมบี้ บนสะพานเริ่มเต็มไปด้วยเศษเนื้อเน่าของซากศพของซอมบี้ ตัวรถเอียงกระเท่เร่ด้วยเพราะถูกซอมบี้ผลักกระแทกเข้ามาไม่หยุดและในไม่ช้ารถอาจจะคว่ำได้ บนหลังคาของตัวรถ มีคน4คนประกอบไปด้วยผู้หญิง 3คนและผู้ชาย1คน พร้อมกับปืนในมือกำลังยิงปืนรัวใส่ซอมบี้กันไม่หยุด มีชายอ้วนมากคนหนึ่ง เขามีปอยขนอยู่ตรงมุมปากกำลังยิงปินใส่ซอมบี้พร้อมกับแหกปากตะโกนไปด้วย ผู้หญิง2คนก็สวยมาก คนหนึ่งเป็นผู้หญิงที่ดูเด็ดเดี่ยว มีรูปร่างร่างกายร้อนแรง ขณะที่อีกคนดูใสซื่อบริสุทธิ์และเงียบขรึมพร้อมกับผมยาวสีดำสนิท พวกเธอกำลังยิงปืนใส่ซอมบี้อย่างแม่นยำราวกับถูกฝึกฝนมา ท่าทางดูไม่ได้เร่งรีบ ยิงเข้าไปที่หัวซอมบี้เรื่อยๆด้วยความแม่นยำ แต่ละนัดฆ่าเจาะเข้าที่หน้าผากซอมบี้ตายคาที่ทันที อีกคนเป็นเด็กผู้หญิงอายุ12ปี รูปร่างเล็กจิ๋วของเธอไม่ได้เข้ากับปืนไรเฟิลในมือเลยแม้แต่น้อย เธอดูก้าวร้าวดุเดือดยิ่งกว่าชายอ้วนนั่นซะอีก เธอยิงปืนไปพร้อมกับแหกปากสบถดังลั่นไปด้วย การทำงานร่วมกันของคนทั้ง4คนนั้นดีมากจนทำให้พวกซอมบี้ส่วนใหญ่ถูกฆ่าตายภายในเวลาไม่นาน พวกมันถูกกั้นเอาไว้ มันมีช่องว่างระหว่างขอบสะพานกับรถตู้ ซอมบี้จำนวนมากสามารถวิ่งผ่านช่องว่างเข้ามาได้ก่อนหน้านี้ แต่ในตอนนี้ไม่มีซอมบี้สักตัวสามารถผ่านช่องนั่นเข้ามาได้อีก ด้วยเพราะมีชายคนหนึ่งพร้อมกับขวานเหล็กขนาดใหญ่ รูปร่างผอมบางอาจทำให้ผู้คนที่พบเห็นสงสัยว่าเขาสามารถยกขวานใหญ่ขนาดนั้นได้ยังไง หากทว่า เขากลับยืนอย่างมั่นคงราวกับผู้รักษาประตู แกว่งขวานไปมาเพื่อกั้นเหล่าซอมบี้ไม่ให้ผ่านเข้าไป เขาไม่ยอมให้แม้แต่ซอมบี้สักตัวผ่านไปได้