ตอนที่ 74 ทำไมเขาถึงไม่ทำอะไรเลย?

Apocalypse Meltdown โลกาวินาศล่มสลาย

เฉินเสี้ยนกาวมองไปทางเหล่าผู้คนที่ก่นด่าเขาพร้อมกับความรู้สึกอ่อนล้าที่เริ่มทับถมไปทั่วตัว พวกเขากำลังพยายามหาทางสู้กับฝูงซอมบี้ที่กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ แต่กลับโดนตำหนิซะงั้น เขาไม่สามารถอธิบายแผนการให้ฟังได้เพราะมีแค่ชูฮันเท่านั้นที่ที่รู้แผนการ ชูฮันรู้เรื่องฝูงซอมบี้ได้ยังไง? อะไรคือจุดประสงค์ของการใช้พวกโทรศัพท์และโน้ตบุ้คกันแน่? เฉินเสี้ยนกาวเองก็ไม่รู้ เขารู้สึกสับสนว่าความภักดีที่ตัวเขามีต่อชูฮันเริ่มมีมาตั้งแต่ตอนไหน เห็นได้ชัดว่าน้องชายเขาตั้งตัวเป็นศัตรูกับชูฮัน ท่าทางของเฉินเสี้ยนกาวที่นิ่งเงียบและเลลังยิ่งกระตุ้นอาการไม่พอใจของทุกคนขึ้นไปอีก “โยนมันออกไป! เราต้องการอาหาร!” “ชูฮันเป็นไอ้ทุเรศ!” “เขาไม่ควรได้รับอนุญาตให้อยู่ในค่าย ลองจินตนาการดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามันยังได้อยู่ต่อ?” “หยุดแค่นั่น!” จู่ๆเย๋เฉินก็ตะโกนห้ามขึ้นมา มีความโกรธอย่างเห็นได้ชัดในแววตาของเขาขณะหยิบปืนพกตรงเอวขึ้นมา ปัง——–
เสียงปืนดังสนั่นทำให้ผู้คนต่างช็อคกันหมดจนเงียบสนิท “ทำงานของตัวเองต่อไปถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่!” เย๋เฉินคำรามลั่นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ท่าทางของเขาดูน่ากลัวมาก “กลัวซอมบี้แต่อยากมีอาหารกิน กลัวที่จะออกไปข้างนอกแต่เห็นคนอื่นดีกว่าไม่ได้ พวกแกอย่าทำให้ฉันทนไม่ไหวไปมากกว่านี้ ไม่งั้นฉันจะฆ่าพวกแกซะ!” ผู้คนต่างกระจายตัวหนีกันทันที หากเห็นได้ชัดว่าทุกคนต่างยิ่งโมโหกันมากกว่าเดิมซะอีก เริ่มมีผู้คนส่งเสียงด่ากันมากขึ้น “พี่ นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะเรียกพี่ว่า ‘พี่’! ” เฉินเจอฮ่าวเดินเข้าไปหาเฉินเสี้ยนกาวและพูดด้วยเสียงนุ่มๆ “ฉันจะรอดูว่าชูฮันจะเอาขยะพวกนี้ไปทำอะไรได้! พี่อย่ามาเสียใจที่หลังแล้วกันล่ะ!” หลังจากพูดจบ เฉินเจอฮ่าวก็เดินจากขณะที่ส่งสายตาเกลียดชังใส่เย๋เฉินไปด้วยตอนที่เดินผ่านหน้า เฉินเสี้ยนกาวและเย๋เฉินเลิกคิ้วขึ้นหลังจากที่เงาของเฉินเจอฮ่าวจากไป “ขอบคุณนะ เพื่อน!” เฉินเสี้ยนกาวตบไหล่เย๋เฉินเบาๆอย่างขอบคุณ เขาควรจะเป็นคนที่พูดคำพวกนั้นเองถ้าไม่ใช่เพราะเขามัวแต่ลังเลและอดทนต่อนิสัยของเฉินเจอฮ่าว “ไม่เป็นไร” เย๋เฉินเก็บปืนพกของตัวเองกลับไปขณะปรับอารมณ์ให้นิ่งสงบลง “มันจะมีคนที่คอยพูดแต่คำแบบนั้นเสมอแหละ” เฮ้ออออ— เฉินเสี้ยนกาวถอนหายใจ ยิ้มจางๆพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเจื่อนๆ “ฉันไม่รู้ว่ามันจะเป็นโอกาสจริงมั้ย?” “สถานการณ์ข้างนอกเป็นยังไงบ้าง?” เย๋เฉินถาม “มีซอมบี้มาจริงๆ” เฉินเสี้ยนกาวอดไม่ได้ที่จะกังวล นิ้วมือเริ่มสั่นเทา “ชูฮันพูดถูกแล้ว มีฝูงซอมบี้ขนาดใหญ่รวมตัวกันอยู่ฝั่งตรงข้ามสะพาน ฉันเห็นพวกมันแล้ว มันมีจำนวนมากเหลือเกิน” เย๋เฉินรู้สึกกลัว อดไม่ได้ที่จะมองออกไปไกล และมองเห็นเค้าโครงจางๆของเงาชูฮัน “เขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่?” ———— ในตอนกลางคืนหลังจากที่เกิดเรื่อง หากสถานการณ์ยังไม่สงบนิ่ง…. ความกังวลกระจายไปทั่วทั้งอาคาร ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนต่างนอนไม่หลับขณะที่เด็กๆต่างแหกปากร้องไห้กันไม่หยุด เมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่าง มีหมอกสีเลือดปกคลุมกระจายไปรอบๆ ทุกคนเริ่มตื่นกันแล้วและออกมาข้างนอกกันหลังจากตื่น ทุกคนมีอาการหวาดกลัวหลังจากที่ได้เห็นภาพตรงหน้า กองซากซอมบี้ถูกแขวนอยู่ เนื้อของพวกมันหลุดฉีก บางส่วนก็ตกลงมาบนพื้นจนกลายเป็นกองน้ำโคลน นิ้วและเส้นเอ็นกระจัดกระจายบนพื้น เนื้อเน่าเปื่อยส่งกลิ่นไปทั่วเขต “เขตของเราถูกโจมตีเมื่อคืนนี้เหรอ?” “นี่มันมีซอมบี้เกือบร้อยตัว!” “พระเจ้า! นี่มีซอมบี้มาถึงประตูเราเลยเหรอ?” “เราควรทำยังไงดี? ทำไงดี?” ความตื่นตระหนกเริ่มแผ่กระจายไปทั่วค่ายเสี้ยนกาว… ผู้คนที่ไม่ค่อยได้ออกจากค่ายต่างช็อค เสียงร้องไห้ของเด็กๆดังระงมลั่นไปทั่ว คนแก่และผู้หญิงส่วนใหญ่กลัวเกินกว่าจะกล้าออกมานอกห้องตัวเอง เฉินเสี้ยนกาวเดินออกมาจากห้องของชูฮัน มองออกไปข้างนอกเขตเมืองด้วยท่าทางแปลกๆ เห็นกลุ่มซากศพซอมบี้ที่กองไว้ เฉินเสี้ยนกาวกำมือแน่น “มีคนตายไปกี่คน?” “หลายคน” เย๋เฉินตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เพราะไม่มีการฝึกอบรมแบบมืออาชีพ ครึ่งหนึ่งของการ์ดตายไปเมื่อคืนนี้” เฉินเสี้ยนกาวกัดปาก “จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย และปลอบชาวบ้านกันด้วย” “ครับ” เย๋เฉินเดินไปพร้อมกับถามขึ้น “แล้วชูฮันล่ะ?” หากจู่ๆเฉินเสี้ยนกาวก็ชะงักฝีเท้าทันที พลางมองไปที่เศษกระดาษในมือ “พี่ชูขอให้พวกเราทำสิ่งที่เขาขอไว้ให้เสร็จอย่างไว” เย๋เฉินรับกระดาษมา มันมีความสงสัยฉายชัดในแววตาของเขา “จริงเหรอ? พวกซอมบี้กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่นะ” หลังจากที่เย๋เฉินพูดจบ—— ปัง! มีเสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับร่างของซอมบี้ตัวหนึ่งล้มลงห่างออกไปจากค่ายเสี้ยนกาวพอสมควร เฉินเสี้ยนกาวรู้สึกกังวลขึ้นมา “ฝูงซอมบี้จะต้องมาถึงที่นี่ตอนช่วงบ่ายแน่ๆดูจากการโจมตีเมื่อคืนนี้!” “เราต้องเพิ่มความเร็วในการรวบรวมของพวกนั้นแล้ว เราไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วนอกจากเชื่อในตัวชูฮัน!” ดวงตาของเย๋เฉินฉายวาบขึ้น น้ำเสียงดูเร่งรีบ หลังจากผ่านไป3ชั่วโมง…มีเงาของผู้คนพลุกพล่านไปทั่วฐาน “ด่วน! เร็วๆ!” เยวจึคอยสั่งงานคนผ่านเสียงโทรโข่ง มีรถหลายคันคอยวิ่งเข้าวิ่งออกค่ายอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านก็โหมกระหน่ำเต็มกำลัง แม้แต่เด็กวัย 10ขวบก็ทำงานหนักในวันที่อากาศร้อนเช่นนี้ ผู้คนโยนก้อนหินหรือของหนักๆเข้าไปในรถเพื่อกันไม่ให้รถไหล ทุกคนต่างตกใจช็อคกับการโจมตีของซอมบี้อย่างต่อเนื่องราวสิบครั้งแล้วได้ในวันนี้ แถมความถี่ในการโจมตีของพวกมันก็เริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ หรือมีฝูงซอมบี้กำลังมาที่นี้? เฉินเสี้ยนกาวยืนอยู่บนที่สูงขณะหยิบแผนที่ที่ชูฮันให้เขาไว้พร้อมกับเทียบมันกับภาพสถานการณ์ข้างล่าง “เยวจึ ฝั่งมุมตะวันออกมันผิด หัวรถพวกนั้นควรหันหน้าไปทางสิบนาฬิกา” เฉินเสี้ยนกาวตะโกนสั่งงานด้วยโทรโข่งในมือ เหงื่อไหลโชกไปทั่วตัว กองซากศพซอมบี้ก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกันตามเวลาที่ผ่านไป เขารู้สึกได้ว่าฝูงซอมบี้ขนาดใหญ่กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่แล้ว “ย้าย! ย้าย!” เยวจึรีบเร่งมือทุกคน และเริ่มแก้ไขตำแหน่งของรถตามคำสั่งของเฉินเสี้ยนกาว ชูฮันมองไปที่ภาพความวุ่นวาย ขณะที่เขาเดินออกมาข้างนอกกับเฉินช่าวเย่ รถทุกคันในเขตนี้ถูกย้ายออกมาจอดตามที่ว่างตรงใจกลางของฐานทัพ รถที่มีขนาดใหญ่จะจอดไว้ข้างหลังรถเล็ก ชูฮันและเฉินช่าวเย่เดินผ่านกลุ่มผู้คนพร้อมกับกวาดตามองรอบๆอย่างสำรวจ ชูฮันต้องตรวจสอบสถานที่เพื่อมั่นใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาด บางคนที่กำลังทำงานกันอยู่เป็นพวกนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยหมิงชิว พวกเขาเห็นชูฮัน พวกเขามองมาที่ชูฮันด้วยสายตาไม่พอใจหลังจากที่เห็นว่าชูฮันไม่มีเหงื่อเลยแม้แต่นิดเดียว ต้วนหมิงย้ายก้อนหินพร้อมกับหอบหายใจแรง น้ำเสียงของเขาไม่พอใจอย่างมากขณะมองไปที่ชูฮัน “ทำไมเขาถึงไม่ทำอะไรเลย?”