ตอนที่ 283

เสน่ห์คมดาบ

พาริน่าพูดคำเหล่านี้ออกมาอย่างสั่นเทา น้ำเสียงของนางดูหวาดกลัวมาก แต่เบื้องหลังที่ชีอ้าวชวางมองไม่เห็นก็คือใบหน้าของนางกลับทำหน้าทำตาใส่ผู้หญิงเหล่านั้นเหมือนว่าจะประกาศชัยชนะอีกครั้ง ผู้ชายนี่นา ล้วนถูกหลอกกันทั้งหมด ผู้ชายควรทะนุถนอมผู้หญิง ฮ่าๆ เช่นกันก็ให้พวกเขาถนอมต่อไปให้ดีเลยแล้วกัน 

 

 

เวลาต่อมา ชีอ้าวชวางก็ขยับตัว 

 

 

กลุ่มผู้หญิงฝ่ายตรงข้ามเผชิญหน้ากับชีอ้าวชวางและมองมาอย่างตื่นตัว 

 

 

แต่ชีอ้าวชวางกลับมีการเคลื่อนไหวที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจ นางหันไปอย่างเฉยเมยและยื่นมือออกไปจับคอเสื้อพาริน่าจากนั้นก็โยนพาริน่าออกไปอย่างไม่ไยดีแล้วผลักไปตรงหน้ากลุ่มผู้หญิงเหล่านั้น 

 

 

“พี่ชาย?!”แววตาของพาริน่าเป็นประกายด้วยหยาดน้ำตา นางมองไปที่ชีอ้าวชวางด้วยความไม่เชื่อ แต่พอมองดวงตาของชีอ้าวชวางกลับพบเจอเสน่ห์ที่ไม่อาจอธิบายได้ 

 

 

ชีอ้าวชวางไม่แยแสและไม่ได้มองไปที่นางเลยด้วยซ้ำ 

 

 

“หือ?” กลุ่มผู้หญิงที่ไล่ตามมาต่างตกตะลึง นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นพาริน่าถูกผู้ชายโยนออกมาอย่างไร้ความปรานีพวกผู้ชายเหล่านั้นมักจะมองใบหน้าน่ารักของพาริน่าด้วยความรู้สึกสงสาร พวกเขามักจะเกรงกลัวในตอนแรกแต่สุดท้ายก็จะปกป้องนางเสมอ แต่ชายผมแดงคนนี้กลับเฉยเมยใส่นาง 

 

 

ชีอ้าวชวางขี้เกียจเกินกว่าจะยุ่งด้วยแล้วก็เดินออกไปอย่างเงียบๆ 

 

 

“พี่ชาย เจ้าไปไม่ได้นะ อย่าเมินข้าสิ ช่วยข้าด้วย ข้ากลัวมากเลย ฮือๆๆ ข้ากลัวมาก…พวกนางจะทำลายใบหน้าของข้า” พาริน่ามองไปที่ชีอ้าวชวางอย่างน่าสงสาร น้ำตาที่ราวกับคริสตัลในดวงตากลมโตของนางสั่นไหว ใบหน้าของนางขาวซีดและร่างเล็กๆ ของนางก็สั่นเล็กน้อย ช่างดูน่าสงสารเหลือเกิน นางก้าวไปข้างหน้าแล้วจับเสื้อของชีอ้าวชวางไว้แน่น 

 

 

“เจ้า…” ผู้หญิงที่ดูเป็นผู้นำนั้นกำลังจะตะคอกอย่างเย็นชา แต่คำพูดที่เหลือก็ไม่ได้พูดออกมา 

 

 

แต่ชีอ้าวชวางกลับหันมาและยื่นมือออกไปปัดมือเล็กๆ ของพาริน่าอย่างไร้ความปรานีและพูด “น่าขยะแขยง” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรังเกียจดวงตาของเขาก็เช่นกัน 

 

 

หลังจากพูดจบชีอ้าวชวางก็เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วไม่หันกลับมามองอีก 

 

 

พาริน่ายืนอึ้งอยู่ตรงนั้นมองแผ่นหลังที่เด็ดขาดของชีอ้าวชวางแต่หัวใจของนางกลับเต็มไปด้วยคลื่นที่ปั่นป่วน คำพูดและสายตาของชีอ้าวชวางก่อนที่จะไปดูเหมือนจะตราตรึงอยู่ในหัวใจของนางเลย เป็นครั้งแรกที่ผู้ชายคนหนึ่งมองนางด้วยความรังเกียจและเหยียดหยามแบบนั้น เป็นครั้งแรกที่ผู้ชายคนหนึ่งไม่สงสารนาง แถมยังใช้สายตาแบบนั้นจ้องนางอีก! 

 

 

“ฮ่าๆ ยัยบ้า ดูสิว่าวันนี้เจ้าเป็นอย่างไร” 

 

 

“ฮ่าๆ ไม่คิดเลยเจ้าจะมีวันที่ถูกคนรังเกียจ” 

 

 

“เห็นสายตาของผู้ชายคนนั้นหรือไม่ เจ้าก็แค่สิ่งที่ไม่ดี!” 

 

 

ผู้หญิงกลุ่มที่ยืนอยู่ข้างหลังพาริน่าหัวเราะจนตัวโยนและยังคงพูดคำพูดร้ายๆ ให้พาริน่าอับอาย พวกนางจะไม่มีความสุขได้อย่างไรในเมื่อเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นผู้ชายไม่ถูกพาริน่าหลอก 

 

 

“หึ!” พาริน่าหันมามองกลุ่มคนที่กำลังหัวเราะและตะโกนอย่างเย็นชาพร้อมกับมองทุกคนด้วยความเงียบ 

 

 

ผู้หญิงเหล่านั้นตะลึง ในตอนนี้พาริน่าไม่ใช่ลูกแพร์ที่น่าสงสารแบบเมื่อครู่แล้วและไม่มีความตื่นตระหนกเหมือนตอนแรกที่พวกนางล้อมไว้เลยตอนนี้สีหน้าและแววตาของนางเย็นชาและน่ากลัวมาก เพียงแค่นางจ้องมองก็ทำให้รู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูกแล้ว 

 

 

“ยัยบ้า! วันนี้เราจะคิดบัญชีกับเจ้า!” ผู้หญิงที่เป็นผู้นำลนลานเล็กน้อย แต่ก็ส่ายหัวเพื่อขับไล่ความรู้สึกที่น่ารังเกียจออกไป อีกฝ่ายเป็นเพียงนักเรียนที่มีความแข็งแกร่งระดับสองดาว แต่กลุ่มพวกนางล้วนเป็นระดับสามดาวทั้งสิ้นจะกลัวอะไร?! 

 

 

“หึ! ข้าไม่อยากเล่นกับพวกเจ้าแล้วน่าเบื่อ” พาริน่าพูดออกมาอย่างเย็นชาและก็ขยับตัว 

 

 

ผู้หญิงกลุ่มนั้นตะลึง พวกนางเห็นเพียงแค่หลังของพาริน่าและร่างของนางก็หายไปเลย 

 

 

………………. 

 

 

ชีอ้าวชวางมองกลับไปและเห็นว่าตรงพุ่มไม้ริมทะเลสาบเมื่อครู่มีนกกลุ่มหนึ่งบินขึ้นมา 

 

 

ผู้หญิงคนนั้น ในที่สุดนางก็เปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงของนางหรือ 

 

 

ความแข็งแกร่งระดับสองดาว? หึชีอ้าวชวางยิ้มเล็กน้อย พื้นฐานที่ซ่อนอยู่และเสน่ห์ในดวงตานั้น จะถูกผู้หญิงเหล่านั้นทำร้ายได้หรือ? ผู้หญิงคนนั้นแม้ว่านางจะดูน่ารักบริสุทธิ์และน่าสงสาร แต่นางไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นภายนอกแน่นอน ผู้หญิงคนนั้นดูท่าทางจะไม่ธรรมดาเลย ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงคนนั้นน่าจะมีตัวตนอยู่เผ่าอสูรด้วย 

 

 

สถาบันนี้ช่างพิเศษจริงๆ 

 

 

ชีอ้าวชวางส่ายหัวเบาๆ และเดินกลับไปที่หอพัก 

 

 

ทันทีที่ชีอ้าวชวางจากไป พาริน่าก็ออกมานางมองแผ่นหลังของชีอ้าวชวางแล้วก็หรี่ตาลง 

 

 

ผู้ชายผมแดงคนนี้น่าสนใจ 

 

 

หึแต่ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะเหนือกว่าเจ้าไม่ได้ รอก่อนเถอะ ข้าจะทำให้เจ้ามาอยู่แทบเท้าข้าให้ได้!จะทำให้เจ้าติดตรึงใจให้ได้! 

 

 

ในเวลานี้ชีอ้าวชวางไม่รู้เรื่องคำสาบานกับตัวเองของพาริน่าอย่างแน่นอน นางเดินกลับไปที่ห้องนอนอย่างช้าๆ 

 

 

ภายในห้องนอน ผู้ชายตัวผอม…ชื่อของเขาคือเวนส์ เขายังไม่กลับมาเลย ชีอ้าวชวางนอนหงายบนเตียง แต่ในใจรู้สึกเหนื่อยล้า ความคิดว้าวุ่นไปหมด พอนึกถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ผล็อยหลับไป 

 

 

ในตอนกลางคืน ชีอ้าวชวางถูกปลุกด้วยเสียงบางอย่าง พอตื่นขึ้นก็เห็นเวนส์นั่งอยู่ที่โต๊ะพร้อมกับจมูกที่บวมและทายาให้ตัวเอง เมื่อเห็นชีอ้าวชวางตื่นขึ้นเวนส์ก็รู้สึกเกรงใจเล็กน้อยและพูดกับชีอ้าวชวางอย่างนุ่มนวล “ขอโทษนะที่ทำให้เจ้าตื่น ข้าคิดว่าระวังอย่างดีแล้วเชียว”เสียงของเวนส์เจือความรู้สึกผิดจากใจจริง 

 

 

“เจ้า นี่คือ?” ชีอ้าวชวางถามอย่างไม่แน่ใจ ถึงอย่างไรการถูกทำร้ายจนหน้าเป็นเช่นนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะเผชิญหน้ากับมันได้อย่างเปิดเผย หากอีกฝ่ายไม่เต็มใจที่จะพูดชีอ้าวชวางก็จะไม่ถามคำถามใดๆ อีก 

 

 

“มะ ไม่มีอะไรหรอก รีบเข้านอนเถอะ พรุ่งนี้มีเรียนนะ” แน่นอนว่าเวนส์ก็เพียงแค่ยิ้มและพูดอย่างแผ่วเบา เขาไม่ได้บอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับอาการบาดเจ็บของเขา 

 

 

เมื่อเห็นอย่างนี้ ชีอ้าวชวางก็ไม่ซักไซ้อะไรไปมากกว่านี้อีกถ้าเวนส์อยากจะบอกเขาก็คงพูดไปแล้วตอนนี้ท่าทีของเขาดูไม่อยากให้ชีอ้าวชวางรู้ นางจึงพยักหน้าเบาๆ และพูด “อืม เช่นนั้นเจ้าก็พักผ่อนเถอะ” 

 

 

เวนส์ตอบรับและทายาต่อ จากนั้นก็เงียบไป 

 

 

ชีอ้าวชวางอาบน้ำเสร็จก็ไปนอนต่อ 

 

 

พอชีอ้าวชวางตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้นเวนส์ก็ไม่อยู่แล้วชีอ้าวชวางมองห้องที่เขาทำความสะอาดอย่างดีพลางครุ่นคิด 

 

 

เมื่อมาถึงห้องเรียน ชีอ้าวชวางก็พบว่าชั้นเรียนของธาตุลมมีนั่งนักเรียนอยู่อย่างบางตามาก เพราะช่วงนี้มีนักเรียนใหม่ไม่มากนัก เวนส์นั่งอยู่ที่มุมหนึ่ง ดูท่าทางราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ เขาไม่ได้สังเกตเห็นชีอ้าวชวางที่เข้ามานั่งข้างๆ เขาเลย 

 

 

ระฆังเริ่มชั้นเรียนดังขึ้น แต่ยังไม่มีอาจารย์คนใดเดินเข้ามา หลังจากผ่านไปสิบนาทีในที่สุดร่างที่มาอย่างสั่นงกๆ ก็ปรากฏขึ้น ชายชราที่ดูเหมือนจะเดินได้ไม่มั่นคง เขาเดินไปได้สามก้าวแล้วก็ต้องถอยหลังก้าวหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะใช้เวลานานมากในการก้าวจากประตูไปที่แท่นบรรยายกลางห้อง จนทุกคนกังวลว่าเขาจะล้มกับลงไปพื้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า 

 

 

ในที่สุดเขาก็ไปถึงแท่นบรรยายชายชราวางหนังสือแล้วลงเปิดหนังสือด้วยมือสั่นๆ และเริ่มบรรยาย ความรู้ที่พูดถึงนั้นค่อนข้างเป็นเรื่องพื้นฐานไม่ได้แปลกใหม่มากนัก 

 

 

เสียงบรรยายเบาๆ ค่อยๆ หรี่ลงเรื่อยๆ และในที่สุดก็กลายเป็นเสียงกรน 

 

 

ทุกคนอึ้ง 

 

 

อาจารย์คนนี้หลับไปจริงๆ 

 

 

“อาจารย์ อาจารย์?” นักเรียนที่นั่งอยู่ข้างหน้าอดไม่ได้ที่จะเรียกออกมา 

 

 

ชายชราตื่นขึ้นมาทันทีแล้วเช็ดน้ำลายที่มุมปาก เขามองคนในห้องเรียนจากนั้นก็กะพริบตาและพูด “อ้อ ชั้นเรียนจบแล้ว” หลังจากที่เขาพูดจบเขาก็ไม่รอปฏิกิริยาใดๆ จากนักเรียนแล้วเดินออกจากห้องเรียนไปพร้อมหนังสือทันทีทิ้งให้นักเรียนมองหน้ากันไปมา 

 

 

ชั้นเรียนนี้จบลงไปอย่างฉงน 

 

 

นักเรียนบางคนในห้องเรียนไม่พอใจ บางคนก็ครุ่นคิดสมควรแล้วหรือที่อาจารย์ของสถาบันดวงดาวจะเป็นเช่นนี้ 

 

 

แต่ความจริงเป็นอย่างไรตอนนี้ไม่อาจรู้ได้ สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือการหาอะไรทำด้วยตัวเอง 

 

 

เวนส์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ชีอ้าวชวางยืนขึ้นในความเงียบและเดินตามทุกคนออกไป ตอนนี้ใบหน้าของเขายังคงบวมอยู่เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงเหมือนเมื่อวานแล้ว 

 

 

ชีอ้าวชวางครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งและตัดสินใจไปที่ห้องสมุดเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโลกแห่งนี้นางสันนิษฐานว่าห้องสมุดของสถาบันดวงดาวจะต้องมีคุณสมบัติพิเศษแน่นอน 

 

 

ทันทีที่ชีอ้าวชวางเดินออกจากห้องเรียนก็เห็นร่างที่คุ้นเคยอยู่ในระยะไกล เมื่อเดินเข้าไปใกล้ก็พบว่า คนคนนี้คือผู้หญิงเผ่าอสูรที่คิดจะทำให้ตนเองหลงใหลที่ทะเลสาบเมื่อวานนี้ นางยังคงยิ้มเหมือนดอกไม้ รูปลักษณ์ที่น่าสงสารของเมื่อวานไม่มีแล้ว จากที่ชีอ้าวชวางคาดเดา นักเรียนระดับสามดาวเหล่านั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหญิงสาวผู้นี้หรอก 

 

 

พอเห็นหญิงสาวมองไปรอบๆ ดูเหมือนจะมองหาใครบางคน ชีอ้าวชวางก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและบอกตัวเองได้โดยสัญชาตญาณเลยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นตัวปัญหาอย่างไม่ต้องสงสัยจากนั้นชีอ้าวชวางก็หันหลังเดินออกไปจากมุมตึกเรียน 

 

 

เพียงแค่เลี้ยวและข้ามพื้นที่ที่ค่อนข้างห่างไกลนี้ไปก็ถึงแล้ว ขณะที่ชีอ้าวชวางกำลังจะหันไปก็ได้ยินเสียงด่าทอที่ดูเหมือนจะเคยได้ยินมาก่อนและเหมือนจะมีเสียงการลงไม้ลงมือด้วย 

 

 

“ไอ้งี่เง่า ข้าบอกให้เจ้าเอาเจ้านี่ใส่ตู้ไอ้ผมแดงคนนั้นไงอยากตายหรือ” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเคือง แต่ก็แปลกเล็กน้อย ดูเหมือนว่ามีการปั่นป่วนของอากาศบางอย่าง เสียงนี้ที่ชีอ้าวชวางเคยได้ยินก็คือคนหนึ่งที่อยู่กับพวกลีดส์ เป็นคนที่ถูกทำให้กระเด็นขึ้นไปในอากาศด้วยหึชีอ้าวชวางทำเสียงเย็นชาในใจ คำพูดของหมอนี่จะต้องเป็นเพราะนางโจมตีวันนั้นแน่นอน คาดว่าจะทำให้ฟันของเขาหลุดออกไป เห็นได้ชัดว่าผู้ชายผมแดงที่เขาพูดถึงน่าจะเป็นตัวนางเอง 

 

 

“เมื่อวานเจ้ายังได้ลิ้มรสบทเรียนไม่พอใช่หรือไม่ เชื่อหรือไม่ว่าวันนี้ข้าจะทำให้เจ้าปางตายได้” เสียงนั้นดุอีกครั้ง 

 

 

บทเรียนเมื่อวาน? ผู้ชายผมแดง? ใส่ของในตู้ของนาง? 

 

 

ชีอ้าวชวางขมวดคิ้วและเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ เข้าด้วยกัน จากนั้นก็เข้าใจกระจ่างแจ้ง 

 

 

หรือว่าคนที่ชายคนนั้นกำลังข่มเหงอยู่คือเวนส์ 

 

 

ชีอ้าวชวางอำพรางลมหายใจแล้วค่อยๆ ขยับเข้าไปมองตรงนั้นตอนนี้นางราวกับผสานตัวกลืนเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับอากาศจึงทำให้ผู้คนไม่สามารถรู้สึกถึงการมีอยู่ของนางได้