หลังจากที่คนกลุ่มนั้นได้ฟังคำพูดของควีนก็ให้ก้มหน้าก้มตาท้อแท้ใจ เพราะวันนี้แม้ว่าเทาเท่พุ่งเป้าไปยังคนไม่กี่คนในกลุ่มของพวกเขา แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ใครจะรู้ว่าต่อจากนี้ยังมีคนดวงซวยคนไหนจะไปสะกิดเขาอีกน่ะสิ?

เดิมทีควีนอยากที่จะปลอบใจทุกคน แต่หลังจากนั้นก็พบว่าเธอไม่มีความสามารถที่จะทำได้จริงๆ

ในใจของตัวเธอเองก็มีความรู้สึกสิ้นหวัง หลินจือกับเจเทาวน์คบกันแล้ว ถ้าหลังจากนี้คนทั้งสองรักกันไปยาวนานล่ะ บอสของพวกเขาอารมณ์จะแปรปรวนอย่างนี้ต่อไปหรือเปล่า?

ดังนั้นเธอเลยทำได้แค่เปลี่ยนเรื่อง “มันก็มืดแล้วนะ ทุกคนรีบเลิกงานกันเถอะ”

เพื่อนร่วมงานหญิงคนนั้นก็ถามควีนด้วยท่าทางลึกลับ “งั้นคุณลองบอกฉันหน่อยสิว่า ทำไมท่านประธานเทาเท่ถึงอารมณ์ไม่ดี? พวกเราจะได้คิดหาวิธีช่วยท่านประธานเทาเท่”

“พวกเราอาจจะช่วยไม่ได้จริงๆ” ควีนตอบแบบนี้

เรียนผูกแล้วก็ต้องเรียนแก้ พวกเขาต่างก็ไม่ใช่ที่เป็นหลินจือ ดังนั้นใครก็แก้ความทุกข์ของเทาเท่ไม่ได้

เพื่อนร่วมงานหญิงคนนั้นเห็นสีหน้าของควีนอย่างนี้ ก็พูดขึ้นว่า “ฉันเดานะว่า…..คงเป็นปัญหาเรื่องความรัก”

เพื่อนร่วมงานชายที่อยู่ด้านข้างยกมือขึ้น “เรื่องนี้ผมถนัด ถ้าเป็นปัญหาเรื่องความรัก ชอบใครก็จีบจนสุดความสามารถเลย ต่อให้ไม่มีผลลัพธ์อะไร แต่อย่างน้อยก็ไม่มีอะไรที่ให้เสียดายแล้วไม่ใช่แล้วหรอ?”

หลังจากที่เพื่อนร่วมงานชายคนนี้พูดจบก็เกาหัวอย่างไม่เข้าใจ “แต่อิงปัจจัยในทุกๆด้านของท่านประธานเทาเท่ของพวกเรา ต้องการผู้หญิงแบบไหนแค่กระดิกนิ้วก็ได้แล้วหรือเปล่า ทำไมถึงได้เจอปัญหาเรื่องความรักล่ะ?”

คนอื่นๆต่างก็พาพยักหน้ากันตามแสดงท่าทีเห็นด้วย “นั่นน่ะสิ ทำไมท่านประธานเทาเท่ถึงได้พบกับปัญหาเรื่องความรัก?”

ควีนก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไม แต่บอสของพวกเขาก็ได้เจอแล้ว

แล้วก็เป็นอดีตภรรยา และอดีตภรรยานั้นก็เป็นคนที่เขาไม่เคยรักแม้สักนิด

เพื่อนร่วมงานหญิงคนนั้นยังอยากที่จะดึงควีนเพื่อที่จะได้พูดอะไรต่อ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นเทาเท่ที่มาอยู่ที่แผนกผู้ช่วยประธานด้านนอก ไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อไหร่

เธอตกใจจนหน้าซีดเซียว หลังจากที่ปล่อยควีนก็ก้มหน้าก้มตาพูดว่า “ท่านประธานเทาเท่!”

ถือโอกาสคิดอยู่ในใจว่าเมื่อกี้นี้ตัวเองได้พูดอะไรที่ไม่ดีต่อเทาเท่หรือเปล่า เพื่อที่จะได้ไม่ถูกเทาเท่ลงโทษ

ใครจะรู้ล่ะว่าเทาเท่จะไม่พูดอะไรเลย สาวเท้าเดินผ่านไป ทุกคนให้โล่งอก

การปรากฏตัวกะทันหันของเทาเท่ ทำให้ควีนตกใจตาม ตอนนี้เธอรีบบอกลาพวกเพื่อนๆร่วมงาน แล้วรีบก้าวเท้าตามเทาเท่ไป

เทาเท่กำลังรอลิฟท์ หลังจากที่ควีนยืนอยู่ข้างกายเทาเท่แล้วเธอก็ร้องขึ้นว่า “ท่านประธานเทาเท่คะ….”

“เมื่อกี้พวกเพื่อนๆแค่ล้อเล่นกันนะคะ….” ควีนรู้สึกว่าเธอต้องพูดให้เพื่อนร่วมงาน ถึงอย่างไรหลายวันที่ผ่านมานี้บอสพวกเขาอารมณ์ไม่ดี

เทาเท่พูดเฉยๆว่า “ผมแค่เดินผ่านเท่านั้นแหละ”

ความหมายแฝงก็คือคำพูดที่พวกเขาพูด เขาไม่ได้ยิน

แม้ว่าปากจะพูดไปอย่างนี้ แต่คำพูดของพนักงานชายคนนั้นที่พูดว่า “ชอบใครก็จีบจนสุดความสามารถ ต่อให้ไม่มีผลลัพธ์อะไร แต่อย่างน้อยก็ไม่มีอะไรให้เสียดายแล้วไม่ใช่หรอ?” ยังอยู่ในหัว

ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยจีบใครเลย ไม่รู้ว่าจะจีบยังไง

ตอนนั้นที่เขาคบกับซูซีก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะจีบหรือเอาใจ เพราะซูซีชอบพอกันกับเขา พวกเขาเจอกันไม่กี่ครั้ง กินก๋วยเตี๋ยวด้วยกันไม่กี่หนก็ได้คบกันอย่างราบรื่นแล้ว

แล้วก็แค่จีบ ต่อให้ไม่มีผลอะไรเกิดขึ้นก็ไม่เป็นไรหรอ?

นิสัยของเขาไม่ยอมที่จะให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ในเมื่อจีบแล้วก็ต้องสำเร็จ

ควีนเห็นสีหน้าที่ราบเรียบของเทาเท่ก็โล่งอก เขาไม่ได้ยินที่พวกเขาพูดก็แล้วไป

เทาเท่ขับรถออกไปจากลานจอดรถด้านล่าง ทิศทางของรถที่ขับนั้นก็ไปทางที่อยู่ของหลินจืออย่างไม่ได้ตั้งใจ

แต่ถึงทางแยกข้างหน้า เขาก็หักพวงมาลัยกลับ

ตอนนี้เธอเพิ่งกลับมาต้องเหนื่อยล้าแน่ ยังไงพรุ่งนี้งานเซ็นชื่อหนังสือของจอร์แดนก็ได้เจอเธออยู่ดี มีเรื่องก็ค่อยพูดกันตอนนั้นก็ยังทัน

หลินจือถึงบ้านดึกมาก เธอเก็บกระเป๋าอาบน้ำแล้วจึงนอนพักผ่อนที่เตียง วิ่งเต้นมาตลอดทางเหนื่อยมากจริงๆ

แต่หลังจากที่หลินจือกลับถึงบ้านแล้ว ในรถตู้ใต้ตึกของเธอก็มีเสียงพูดขึ้น

ในรถมีผู้ชายย้อมผมสีเหลืองกับพูดสายอยู่ “คุณพินอิน ที่คุณให้ผมจับตาดูผู้หญิงคนนั้นเธอเพิ่งกลับมาถึงนะครับ”

“ดีจริง!” เสียงของผู้หญิงดังขึ้นมาจากโทรศัพท์ทั้งดุร้ายและโหดเหี้ยม “งั้นพวกแกก็รอต่อไป รอให้มันออกจากบ้านแล้วจับตัวมาให้ฉัน แล้วก็ทำตามแผนทุกอย่างที่วางไว้”

“จัดไปครับ” ผู้ชายผมเหลืองพูดรับ “รับรองว่าผมจะจัดการเรื่องนี้ให้คุณอย่างเรียบร้อยเชียวครับ”

หลังจากที่วางสายลงชายผมเหลืองพูดกับเพื่อนที่อยู่ด้านข้างว่า “รายนี้พวกเราต้องทำให้ดีนะโว้ย เงินก้อนโตเชียวนา!”

เพื่อนคนนั้นรับพยักหน้ารับว่า “นั่นน่ะสิๆ คิดถึงจำนวนเงินนั้น ฉันนี่สู้ยิบตาเลย”

ผู้ชายผมเหลืองพูดด้วยสายตาลามกว่า “คุณพินอินบอกแล้วไงว่าหลังจากที่พวกเราจับตัวได้เรายังได้เสพสุขกับนังสาวนั่นด้วยนะ เมื่อกี้แกเห็นไหม? รูปร่างไม่ธรรมดา ได้ขึ้นมาคงฟินน่าดู”

เพื่อนของผู้ชายผมเหลืองหัวเราะขึ้นมา “ฉันยังเห็นผิวของสาวนังนั่นขาวสว่างสไหว สองขาทั้งเล็กทั้งยาว”

เขาพูดพลางตัวสั่น สายตาเต็มไปด้วยความหื่น “พอฉันคิดถึงขาคู่นั้นที่มาอยู่บนเอวก็อดใจไม่ได้แล้วหวะ”

ผู้ชายผมเหลืองตบที่ไหล่ของเขา คนทั้งสองซ่อนตัวอยู่ในรถและหัวเราะขึ้นอย่างเจตนาไม่ดี

งานเซ็นหนังสือของจอร์แดนจะเริ่มตอนสิบโมง เก้าโมงครึ่งหลินจือเตรียมตัวออกจากบ้าน

สถานที่ที่เธออยู่มีระยะห่างจากงานเซ็นหนังสือของร้านหนังซือเทาน์นิส เธอต้องรถไฟใต้ดินไป

ขณะที่ออกจากบริเวณเล็กๆเพื่อไปสถานีรถไฟใต้ดิน เธอก็รู้สึกว่าเหมือนมีรถตามหลังเธอตลอดเวลา ตอนแรกเธอไม่ได้เก็บมาใส่ใจ รู้สึกว่ากลางวันแสกๆคงไม่เกิดอะไรขึ้น

ต่อมาเธอยิ่งคิดยิ่งรู้สึกไม่ปกติ มองไปข้างหน้าก็ต้องผ่านถนนที่ไม่มีคนผ่าน เธอสาวเท้าเร็วยิ่งขึ้น

และในขณะนี้เอง รถตู้ที่ตามหลังเธอขับมาขวางทางที่เธอจะเดิน เธอยังไม่ทันที่จะได้ตะโกนอะไร ก็มีผู้ชายร่างกายกำยำลงมาจากรถ ปิดปากเธอแล้วลากเธอขึ้นรถ

ประตูรถตู้ได้ปิดลงอย่างรวดเร็วแล้วขับออกไป และตอนนี้หลินจือได้สลบลงเพราะได้ถูกผู้ชายวางยาไว้ที่ผ้าเช็ดหน้าที่ใช้ปิดปากเธอ

เก้าโมงครึ่งเทาเท่อยู่ที่ร้านกาแฟข้างร้านหนังซือเทาน์นิสเขามาพบจอร์แดนตรงตามเวลา

หน้าตาของจอร์แดนสง่า เขาสวมแว่นกรอบสีทอง ดูเป็นปัญญาชนที่มีคุณธรรมและสง่า

คนทั้งสองพูดคุยกันอย่างมีความสุข เทาเท่อยากที่จะซื้อลิขสิทธิ์หนังสือใหม่ของจอร์แดนจริงๆ และจอร์แดนก็ชื่มชมท่าทางพฤติกรรมของเขามาก

คุยมาถึงตอนสุดท้ายจอร์แดนก็ยื่นเสนอเงื่อนไขขึ้นมาอีก “แต่ว่าผมมีอีกนิดนึงที่จะต้องพูดให้ชัดเจนไว้ก่อน เนื่องด้วยสภาพร่างกายของภรรยาของผม ถ้าแก้เป็นบทละคร หน้าที่บทละครนี้ผมไม่สามารถที่จะทำได้ครับ”

“อีกอย่างผู้ประพันธ์บทที่คุณหา ต้องผ่านการทดสอบบทจากผมก่อนถึงจะผ่าน ผมรักงานของผมมาก ไม่อยากให้ผลงานของผมถูกคนที่ไม่มีศักยภาพมาทำฉุ่ยๆ”