“นาย…!”
  เมื่อถูกหลินเฉิงตำหนิอย่างหยาบคายฉีเซี่ยวฮันก็ตัวสั่นด้วยความโกรธ เธอเอานิ้วชี้จิ้มจมูกของหลินเฉิง เธออยากจะสั่งสอนเขาจริงๆ แต่ก็รู้ว่าตัวเองไม่ใช่คู้ต่อสู้ของเขา
  “ถ้าเธอจะสังเกตุการณ์ก็ต้องตระหนักเรื่องนั้นด้วย แผนทุกอย่างถูกวางเอาไว้แล้ว ถ้าเธอไม่ทำตามแผนมันก็เละหมดพอดี! เธออยากให้เป็นแบบนั้นหรอ?”
  พูดจบเธอก็เห็นว่าหลินเฉิงไม่สนใจเธอแล้ว
  “เฉอะ!”
  เมื่อพบว่าวันนี้หลินเฉิงรังแกเธอมากกว่าปกติฉีเซี่ยวฮันก็ได้รับผลกระทบทางจิตใจ แต่เพื่อดาบรัตติการแล้ว เธอก็เก็บความรู้สึกโกรธเอาไว้ “สรุปแล้วนายจะทำอะไรต่อหละ?”
  ได้ยินแบบนั้นหลินเฉิงก็หันกลับไปหาเธอ“ไร้สาระหนะ! ฉันจะทำอะไรได้อีก ก็ต้องไปหาตำแหน่งเป้าหมายสิ ท่านรองผู้บังคับบัญชาของเราไง!”
  “งั้นนายจะมารวมกลุ่มกับฉันตอนนี้นี่ก็ 11 โมงกว่าแล้ว ข้าวก็ยังไม่ได้กิน…”
  ฉีเซี่ยวฮันพยักหน้าก่อนที่จะถามต่อ
  เห็นเด็กโง่คนนี้ยังมีอารมณ์มาทานข้าวหลินเฉิงก็รุ้สึกพูดไม่ออก ก่อนที่จะโบกมือให้ “งั้นก็ไปหาอะไรกินซะสิ และค่อยไปที่จุดนัดพบ! ฉันจะเริ่มภาระกิจตอนที่ท้องฟ้ามืดแล้ว ประมาณ 6 โมงเห็นจะได้! ระหว่างนั้นก้หาอะไรทำรอไปก่อน อย่าหาว่าฉันไม่ได้บอกไว้ซะหละ!”
  “6 โมงเย็นเลยหรอ!? ฉันเบื่อตายก่อนพอดีถ้าให้อยู่คนเดียว 6 ชม. แบบนั้น!”
  “อะไรของเธอเนี่ย!ถ้ารอแค่ 6 ชม. ไม่ไหว ก็กลับไปก่อนเลยก็ได้นะ!”   เห็นความไม่เอาไหนของเด็กนนี้หลินเฉิงก็หยุดและดุด่าเธอทันที!
  น่าจะเป็นเพราะหลินเฉิงไม่ได้ทำตัวเหมือนเธอเป็นเด็กมาตั้งแต่แรกแล้วไม่งั้นเธอคงจะซัดเขาแล้วหาว่าเป็นพวกโรคจิตไปแล้ว เธอได้แต่คอตกใบหน้าบูดยึ้งและเดินออกไปรอที่จุดนัดพบด้วยความอับอาย
  เห็นร่างของเด็กน้อยกำลังเดินออกไปที่ละก้าวจนพ้นระยะสายตาหลินเฉิงก็รู้สึกสบายใจขึ้น เขารีบไปยังจุดนัดพบที่ตกลงกับหยูซานเอาไว้ทันที
  …
  หลินเฉิงเดินตามถนนเล็กๆมากว่า 10 นาที เขาก็มาถึงป่าไผ่ใกล้ๆ กับจุดที่เขาคุยกับชูฉิงเมื่อวาน
  หลังจากเดินมาถึงจุดนัดพบเขาก็ปล่อยสัมพัสทั้งหกออกมา แล้วก็พบหยูซานรออยู่แถวนั้นพดี
  “พี่หลินมาจนได้นะคะ!”   เมื่อผ่าดงไม้ไผ่เข้าไปนิดหน่อยก็เจอกับลานเล็กๆเสียงที่กำลังกังวลของหยูซานก็ดังมาถึงหูของเขา!
  “มีเรื่องอะไรหรอ?”
  เห็นเสียงของหยูซานนั้นผิดปกติไปบ้างหลินเฉิงก็ขมวดคิ้วอย่างไม่รู้ตัว และถามกลับไปทันที
  “ตอนที่หนูกำลังตามติดฉางเหวินฉวนหนูก็ได้ยินบอดี้การ์ดของเขาพูดถึงเรื่อง การโอนย้าย!”
  หยูซานไม่เก็บมันไว้ในใจเธอบอกกับหลินเฉิงถึงข้อมูลที่ได้มาทันที
  “การโอนย้ายหรอ?”
  หลินเฉิงขมวดคิ้วมากกว่าเดิม“การโอนย้ายแบบไหน? ฉางเหวินฉวนจะไปหลบในที่ ที่ปลอดภัยกว่านี้อย่างงั้นหรอ?”
  หยูซานพยักหน้าให้“ก็เป็นไปได้ค่ะ จากที่ยามคุยกันเขาบอกว่า ท่านผบ.มีเรียกประชุม และหลังจากนั้นจำทำการโอนย้ายตำแหน่งต่างๆ ค่ะ!”
  “นั้นฟังดูไม่มีเหตุผลเลยนะ…”
  หลินเฉิงไม่เชื่อในสิ่งที่หยูซานคิดเขาจมปรักอยู่กับการบริหารงานของที่นี้มาเมื่อวานนี้เอง แม้ว่าฉางเหวินฉวนจะอารมณ์ไม่ดี แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลย ไม่มีทางที่เขาจะเก็บเรื่องการถูกลอบโจมตีไปคิดมากขนาดนั้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อแผนการในวันนี้แน่ๆ !
  เหมือนทุกอย่างอาจจะไม่ได้เป็นเหมือนที่หยูซานคิดหลินเฉิงยืนพ่นควันบุหรี่พร้อมกับคิดหาเหตุผลในการโอนย้ายครั้งนี้ไปด้วย
  เมื่อวานหลังจากที่เขากลับออกมาจากกองพันฉางเหวินฉวนก็แบ่งเวลามาทักทายเขา ดูจากอารมณ์ล่าสุดของฉางเหวินฉวนแล้ว ไม่เหมือนกับคนที่กลัวเรื่องการถูกลอบสังหารเลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่เขาเห็นและได้ยินในวันนี้หรือเมื่อวานกันแน่ที่ผิด ท่านผบ.สูงสุด เองก็ไม่น่าจะออกคำสั่งขนาดนี้เพียงเพราะหลานของตัวเองถูกลอบโจมตี
  หลินเฉิงไม่คิดว่าผบ.ดิงจะทำตัวเป็นลุงที่แสนดีเอาตอนนี้ฉางเหวินฉวนที่ชอบทำตัวแหกข้อก็ไม่น่าจะยอมฟังคำสั่งง่ายๆ เหมือนกัน
  ผู้มีประสบการณ์ทั้งสองของฐานทัพแห่งนี้ไม่มีทางคิดแบบคนธรรมดาทั่วไปแน่ๆ หรือว่าเขาจะกลัวจนหัวหเพราะเต่าตัวนั้นจริงๆ
  พวกเขาต้องมีการประชุมและตัดสินใจกันอยา่งลับๆแต่สิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุดก็ต้องเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้อยู่แล้ว!
  ตามหลักการคิดทั่วไปแล้วถ้าการถูกลอบโจมตีนั้นไม่สำเร็จ มือสังการก็จะไม่กลับมาลองอีกครั้งในระยะเวลาสั้นๆ แบบนี้อย่างแน่นอน ผบ.ดิง และฉางเหวินฉวน น่าจะเข้าใจเรื่องนี้ดีที่สุด ที่พวกเขาทำแบบนี้เพื่อกดดันมือสังหารหรือเปล่า!?
  ในสายตาของคนทั่วไปทำแบบนี้ไปก็ไม่ได้อะไร แต่สำหรับสองคนนั้น ถ้าการรักษาการถูกทำให้บั่นทอนลง พวกเขาต้องไม่ยอมอย่างแน่นอน!   หลังจากค่อยๆเรียงปัญหาพวกนี้ในหัว หลินเฉิงที่เป็นหัวหอกของปฏิบัตการครั้งนี้ กลับไม่รุ้สึกกดดันแต่อย่างใด เขากลับแสยะยิ้มขึ้นมาให้เห็น!
  “พี่หลิน….มะ…มีอะไรหรอ?”
  เห็นอยู่ๆหลินเฉิงก็ยิ้มอย่ามีเล่ห์นัย หยูซานก็อดเป็นห่วงไม่ได้
  “ถ้าเป็นแบบนั้นเห็นทีพวกเราจะจับฉางเหวินฉวนโดยไม่ปรากฏตัวออกมาไม่ได้แล้วหละ! งั้นพวกเรา…”
  “ยอมแพ้สินะ?”
  ก่อนที่หยูซานจะพูดจบหลินเฉิงก็ขัดบท“จะยอมแพ้ทำไมหละ? ใครบอกกันหละว่าเราไม่มีทางซ่อนตัวได้?”
  ———————–SC: บทที่ 412 ความกังวลเกี่ยวกับดิงเฮาหยวน