ตอนที่ 315 ตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือด

ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80

ตอนที่ 315 ตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือด

ตอนที่ 315 ตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือด

เธอขอให้หลินจินซานจับตาดูถังหลิงเอาไว้ เพื่อไม่ให้ผู้หญิงคนนั้นกลับมาหลอกลวงอดีตสามีและแม่สามีของตัวเองอีก

หลินจินซานลูบศีรษะตนเองขณะได้ยินคำขอของหลินเซี่ย

“พอได้ดื่มแล้วฉันก็ลืมบอกเธอเลย หล่อนอายเสียจนไม่มีหน้าจะเปิดร้านแล้ว ก็เลยปิดร้านหนีกลับบ้านไปตั้งแต่เมื่อวานพร้อมกับแม่สามี อดีตสามี แล้วก็ลูกของหล่อน แถมฉันยังเป็นคนช่วยยกรถเข็นของอดีตสามีหล่อนด้วย”

หลินจินซานพูดต่อ “เมื่อวานฉันก็ฟังพวกเขาอยู่นาน แต่ถังหลิงบอกว่าจะไม่ให้เงินกับพวกเขา เพราะเงินทั้งหมดถูกใช้จ่ายไปแล้ว”

เซี่ยไห่ลูบคางก่อนจะเริ่มนึกคิด “ฉันเดาว่าถังหลิงคงจะถังแตกแล้วล่ะ อดีตแม่สามีของหล่อนต้องการเงินแปดหมื่นหยวนไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้แค่แปดพันหยวนยังยากสำหรับหล่อนเลยมั้ง!”

เพราะหลังจากเปิดร้านเสริมสวยแล้ว ลูกค้าก็ไม่ได้มากมายนัก

เซี่ยไห่เพิ่งรู้ว่าถังหลิงเปิดร้านเสริมสวยเพียงเพื่ออวดอ้างว่าตนเป็นหญิงแกร่ง และดูดเพศตรงข้ามที่ร่ำรวยเท่านั้น

หล่อนสร้างภาพได้ยอดเยี่ยม เพราะสวมใส่เครื่องประดับเต็มตัวเสมือนหญิงสาวชั้นสูง ทั้งหมดคงเป็นเงินที่ได้รับจากครอบครัวของสามีเก่า

อีกอย่างการหย่าร้างนี้เกิดขึ้นเมื่อสามปีที่แล้ว ดังนั้นคงไม่มีเงินเหลือแล้ว

“เซี่ยเซี่ย ฉันบอกอดีตแม่สามีของหล่อนแล้วด้วยว่าห้ามกลับไปเด็ดขาดถ้ายังไม่ได้รับเงิน”

หลินจินซานพูดต่อ “คุณป้าบอกว่าตอนที่ทุกคนเข้าเมืองไห่เฉิงคราวแรก มีคนใจดีบอกว่ามีหมอเทวดาคนหนึ่งในไห่เฉิง และจะพาไปหาหมอคนนั้นเพื่อทำการรักษา คงอีกนานกว่าพวกเขาจะออกไป”

ได้ยินหลินจินซานพูดอย่างนั้นแล้ว หลินเซี่ยก็รู้สึกว่าเฉินเจียซิ่งใจดีไม่น้อย เขาเป็นคนแนะนำหมอเทวดาให้เว่ยหยงกัง ซึ่งหมอที่ว่าน่าจะเป็นหมอเย่แน่ ๆ

หลินจินซานพูดกับเซี่ยไห่ว่า “เถ้าแก่ หลังจากผมไปแล้ว คุณให้พี่เฉิงช่วยจับตาดูอดีตสามีของถังหลิงสักหน่อยสิ ผู้ชายคนนั้นน่าสงสารมาก ผมเป็นผู้ชายแท้ ๆ ยังรู้สึกทนไม่ได้ ผมไม่อยากให้ถังหลิงทำร้ายเขาอีกครั้ง ไม่ว่ายังไงหล่อนก็ต้องคืนเงินให้เขา”

เซี่ยไห่ไม่สนใจ สุดท้ายแล้วเขาไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น

หลินจินซานเห็นท่าทางของอีกฝ่าย จึงบ่นออกมาอย่างขุ่นเคือง “ถ้าคุณไม่สนใจเรื่องนี้ ก็หมายความว่าคุณยังเป็นห่วงหญิงชั่วคนนั้น ผมล่ะหน่ายพ่อง”

เซี่ยไห่คิดยกเท้าเตะหลินจินซาน แต่หลังจากตระหนักได้ว่าตนก็มีเรื่องต้องขอความช่วยเหลือจากเขา จึงลดเท้าลง

น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนลง “พูดไร้สาระ ฉันก็พอจะมีคุณธรรมสูงส่งอยู่”

หลินจินซานรู้สึกดีไม่น้อยเมื่อพบว่าสถานะของเขาพอจะมีความสำคัญในใจเถ้าแก่อยู่บ้าง

หลังจากพูดคุยกับหลินเซี่ยแล้ว เซี่ยไห่ก็ติดตามหลินจินซานไปเอากุญแจบ้านจากหลิวกุ้ยอิง และขอให้เขากลับไปเอารูปภาพเก่า ๆ ที่บ้านเกิดมาไว้ที่นี่

หลิวกุ้ยอิงไม่พูดอะไรและเดินจากไป

เช้าวันรุ่งขึ้น เซี่ยไห่ไปส่งหลินจินซานที่สถานีรถไฟด้วยตัวเอง

หลังจากคุณแม่เซี่ยและเซี่ยอวี่ได้ทราบเรื่องราวทั้งหมด พวกหล่อนก็รู้สึกประทับใจกับความสามารถของเซี่ยไห่มาก

เป็นเรื่องยากที่เซี่ยไห่จะได้รับคำชมจากพี่สาว สุดท้ายแล้วหล่อนเป็นคนที่เย่อหยิ่งมากทีเดียว

วันนี้เขากลับมาถึงบ้าน และมีหลายอย่างต้องทำ หลินเซี่ยขอให้เขาเอาเส้นผมของเซี่ยเหลยไปส่งที่ห้องตรวจเพื่อทดสอบสัมพันธ์สายเลือด

ขณะเซี่ยเหลยกำลังหลับอยู่ เซี่ยไห่ก็ลอบเข้ามาในห้องของเขา

เซี่ยเหลยกำลังนอนกระสับกระส่าย คิ้วรูปดาบของเขาย่นเข้าหากันแน่น สีหน้าตึงเครียดเป็นอย่างยิ่ง

เซี่ยไห่ที่ยืนอยู่ข้างเตียงรู้สึกหดหู่ใจมากเมื่อเห็นสีหน้าของพี่ชายอย่างนั้น

เขาจำอะไรไม่ได้เลย และในฝันมีผู้คนมากมายปรากฏขึ้น สุดท้ายแล้วเมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาก็ไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวใดได้

หลายปีที่ผ่านมา พี่ใหญ่ของเขาไม่ได้พบเจอกับความสบายเลย

เซี่ยไห่ลอบย่องเข้าหาและค่อย ๆ ดึงเส้นผมออกจากศีรษะของเขาสองสามเส้น

เซี่ยเซี่ยบอกว่าต้องการเส้นผมที่ดีที่สุด เขาจึงพยายามเลือกมันอย่างระมัดระวัง

การดึงเส้นผมนี้น่าจะทำให้เซี่ยเหลยเจ็บจนสะดุ้ง เขาลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว

เซี่ยไห่ตกใจและรีบเก็บเส้นผมใส่กระเป๋าเสื้อทันที

เซี่ยเหลยลืมตาขึ้นมาก่อนจะจ้องมองเขาด้วยแววตาเย็นชา ไม่มีอารมณ์ใดในสายตาคู่นั้น “เข้ามาทำอะไรในห้องของฉัน?”

เซี่ยไห่ถอยหลังออกไปพร้อมกลืนน้ำลายแล้วกล่าวออกมาว่า “แม่บอกให้ผมมาดูว่าพี่ตื่นหรือยัง ได้เวลากินข้าวเช้าแล้วครับ”

“กี่โมงแล้ว?”

“เจ็ดโมงสี่สิบนาที”

“ฉันนอนนานขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?” เซี่ยเหลยลุกขึ้นพร้อมกับลูบศีรษะที่กำลังมึนงง

ปวดหัวเหลือเกิน

เซี่ยไห่เห็นอีกฝ่ายที่เพิ่งตื่นกลับไร้ความสดชื่นใด ๆ เขาจึงถามออกไปอย่างห่วงใย “พี่ใหญ่ คุณนอนดึกเหรอ?”

“อืม”

เขานอนไม่หลับเลย และเอาแต่นึกถึงคำพูดของสหายหลิวกุ้ยอิงก่อนหน้านี้

หล่อนมาจากเทศมณฑลซีเหอ และบอกว่ารู้จักผู้ชายที่ชื่อเซี่ยเหลยจริง ๆ

ลูกสาวของหล่อนคือหลินเซี่ย เป็นคนรักของเฉินเจียเหอ และดูคล้ายกับเซี่ยอวี่มาก

ในใจของเขาสับสน

เขารู้สึกว่าแม่ของเขาและเซี่ยไห่จงใจพาเขาไปที่บ้านของหลิวกุ้ยอิง

ทุกอย่างคล้ายว่าบังเอิญ แต่ความจริงแล้วเป็นเรื่องที่มีคนจงใจสร้างขึ้น

ขณะเซี่ยไห่กำลังจะหลบออกไป เซี่ยเหลยก็เงยหน้าขึ้นถาม “เสี่ยวไห่ พวกนายกำลังปิดบังอะไรฉันอยู่หรือเปล่า?”

“อะไรครับ?” เซี่ยไห่แสร้งทำเป็นโง่เขลา

“สามีของหลิวกุ้ยอิงไปไหน? แล้วทำไมตอนที่เราไปที่บ้านของหล่อนเมื่อวานนี้จึงไม่ได้พบเจอกับสามีของหล่อนล่ะ?”

ได้ยินเซี่ยเหลยกล่าวอย่างนั้น แววตาของเซี่ยไห่เปล่งประกาย

พี่ใหญ่ถามคำถามแบบนี้ออกมาอย่างมีจุดประสงค์แน่ๆ

เขาจึงตอบกลับว่า “สามีของหล่อนชื่อหลินต้าฝู เขาตายเมื่อสามปีที่แล้ว”

“โอ้”

เซี่ยไห่เดินเข้าหาเซี่ยเหลยก่อนจะกล่าวอย่างลึกลับ “แต่ผมจะบอกพี่อย่างหนึ่ง หลินเซี่ยไม่ใช่ลูกสาวของหลินต้าฝู แต่เป็นลูกของอดีตสามีของหลิวกุ้ยอิง”

แน่นอน ถ้อยคำเหล่านี้ดึงดูดความสนใจของเซี่ยเหลยได้ “เหรอ? แล้ว…”

“เสี่ยวไห่…” เสียงของหญิงชราที่อยู่ด้านนอกของประตูดังขึ้นขัดจังหวะของพวกเขา

คุณแม่เซี่ยยืนรอเซี่ยไห่ไม่ไหวแล้ว เพราะคิดว่าอีกฝ่ายถูกจับได้เลยพยายามช่วยเหลือ

“แม่ครับ พี่ใหญ่ตื่นแล้ว”

เซี่ยเหลยโบกมือให้เซี่ยไห่ “นายออกไปก่อน ฉันจะแต่งตัว”

“โอ้” เซี่ยไห่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากออกไป

หญิงชราถามเสียงแผ่ว “ได้มาแล้วใช่ไหม?”

ถ้าหญิงชราไม่ขัดจังหวะก่อนหน้านี้ บางทีเขาอาจจะเล่าถึงเรื่องราวในอดีตของหลินเซี่ยไปแล้ว

“ครับ”

เซี่ยไห่หยิบเส้นผมออกจากกระเป๋าพร้อมกับใส่ถุงเล็กที่เตรียมไว้ล่วงหน้าก่อนจะปิดผนึกมันแน่นหนา

หญิงชราพูดต่อ

“เสี่ยวไห่ พวกเราพักผ่อนกันดีๆ เถอะ แม่คิดว่าพี่ใหญ่ของแกน่าจะปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่นี่ได้แล้วล่ะ แล้วก่อนหน้านี้แกบอกจะแนะนำแพทย์แผนจีนให้กับเขาไม่ใช่เหรอ? ถ้าพอมีเวลาก็ลองถามเจียเหอดูหน่อยแล้วกัน พาเขาไปได้แล้ว แม่คิดเรื่องนี้มาสักพักและคิดว่าจากสถานการณ์ของพี่ชายแกตอนนี้ แพทย์แผนจีนน่าจะพอช่วยเหลือได้บ้าง”

“ครับแม่ เดี๋ยวผมเริ่มพรุ่งนี้เลย สุดสัปดาห์เจียเหอจะไปพักผ่อน เดี๋ยวเราจะพาเขาไปที่นั่นด้วย ยังไงซะผมต้องเอาสิ่งนี้ไปให้เซี่ยเซี่ยก่อน ไม่อย่างนั้นถ้าผมทำหายจะเป็นเรื่องใหญ่”

เซี่ยไห่ไปหาหลินเซี่ย ก่อนจะส่งตัวอย่างเส้นผมให้อีกฝ่าย จากนั้นทั้งสองไปที่ศูนย์ตรวจด้วยกัน

การทดสอบความสัมพันธ์ทางสายเลือดจำเป็นต้องใช้เวลากว่าครึ่งเดือน

เซี่ยอวี่และเซี่ยไห่ได้รับหมายเลขโทรศัพท์ของเซี่ยหลาน และต้องการติดต่อกับหล่อน

เซี่ยไห่พูดขึ้นว่า “พี่ครับ ทำไมเราไม่ไปที่บ้านเซี่ยเพื่อไปเยี่ยมลุงเซี่ยเสียเลยล่ะ? เซี่ยตงก็อยู่ที่บ้านด้วย ยังไงซะพวกเราก็เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก ไปเยี่ยมเขาเถอะ”

“นายยอมญาติดีกับเซี่ยตงแล้วเหรอ?” เซี่ยอวี่เลิกคิ้วก่อนจะมองเซี่ยไห่แปลก ๆ

เมื่อเอ่ยถึงเรื่องราวในอดีตของเซี่ยตง ใบหน้าของเซี่ยไห่ถึงกับกระตุกเล็กน้อย และอยากจะถลกหนังคนผู้นั้น

เซี่ยไห่แตะจมูกก่อนจะพูดขึ้นว่า “มีความเกลียดชังใดบ้างที่จะไม่สามารถคืนดีกันได้ล่ะ?”

“แล้วลูกของเซี่ยตงอายุเท่าไหร่เหรอ?”

เซี่ยไห่ตอบกลับ “น่าจะเกือบสิบขวบแล้ว ภรรยาและลูกของเขาไม่ได้อยู่ในเมืองไห่เฉิง เขาเพิ่งย้ายเข้ามาปีนี้ และงานของภรรยายังไม่ถูกย้ายตามมาเลย”

เซี่ยอวี่ได้ยินคำพูดของเซี่ยไห่แล้วถึงกับถอนหายใจ

พี่น้องทุกคนเคยเล่นด้วยกันมาก่อน และหลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไปแต่งงาน มีลูก และลูก ๆ ของพวกเขาก็โตมากแล้วด้วย

แต่ว่าทั้งหล่อนและน้องชายยังคงโสดอยู่

“ยังไงเดี๋ยวฉันติดต่อเซี่ยหลานก่อน และจะไปเยี่ยมลูกชายของหล่อนที่โรงพยาบาล ไว้จะพูดคุยเรื่องการไปเยี่ยมบ้านเซี่ยในเร็ว ๆ นี้ด้วย”

เซี่ยอวี่อึดอัดไม่น้อยหลังได้ยินว่าลูกชายของเซี่ยหลานกลายเป็นเจ้าชายนิทราและนอนอยู่บนเตียงมานานกว่าครึ่งปีแล้ว

จึงอยากจะไปพบเจอหล่อนและกล่าวปลอบโยนสักหน่อย

เซี่ยหลานประหลาดใจหลังได้รับโทรศัพท์จากเซี่ยอวี่ที่โรงพยาบาล

แน่นอนว่าหล่อนต้องการพบเจอกับพี่น้องที่แสนดีคนนี้ แต่วันนี้หล่อนยุ่งอยู่กับการพาเสิ่นอวี้หลงออกจากโรงพยาบาล และต้องเก็บข้าวของมากมาย จึงไม่สามารถปลีกตัวออกไปไหนได้

เซี่ยอวี่อยากจะพบสหายพี่น้องของตนเร็ว ๆ จึงเอ่ยปากขึ้นว่า “หลานหลาน เธอจัดการธุระของตัวเองได้เลย ฉันจะไปหาเธอเอง”

หลังจากกินมื้อเช้าแล้ว หล่อนก็แต่งตัวพร้อมสวมใส่แว่นกันแดดและมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาล

………………………………………………………………………………………………………………………….

สารจากผู้แปล

สหายเก่าเริ่มกลับมาเจอกันแล้ว จะมีเรื่องราวอะไรตามมาบ้างนะ

ไหหม่า(海馬)